24/07/2026
ดราม่า Unit-Linked vs Ordinary Life
ประกันควบการลงทุน vs ประกันชีวิตรายสามัญ
ลองมาทำความเข้าใจกันครับ
ดราม่า Unit-Linked จ่ายเบี้ยแพงกว่าประกันสุขภาพปกติ 2–3 เท่า แล้วทำไมบางคนยังเลือก?
ช่วงนี้มีการพูดถึงประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit-Linked กันค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะคำถามว่า…
“ถ้าซื้อประกันสุขภาพแบบปกติ จ่ายปีละ 40,000–60,000 บาท
แล้วทำไมประกันสุขภาพที่แนบกับ Unit-Linked ถึงต้องจ่ายปีละ 100,000–150,000 บาท?”
ตัวเลขขึ้นอยู่กับอายุ เพศ สุขภาพ วงเงิน และแบบประกันของแต่ละคนครับ
แต่คำถามนี้ดีมาก
เพราะถ้าจ่ายแพงกว่าถึง 2–3 เท่า เราก็ควรรู้ว่า เงินส่วนต่างไปอยู่ที่ไหน และเราได้รับอะไรกลับมา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า เรากำลังเปรียบเทียบอะไร
ประกันสุขภาพแบบทั่วไป ลูกค้าชำระเบี้ยของสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพในแต่ละปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในปีนั้น
เมื่ออายุมากขึ้น เบี้ยประกันสุขภาพอาจปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ หรือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของแบบประกันนั้น ๆ
ส่วนประกันสุขภาพที่แนบกับ Unit-Linked ซึ่งจากนี้โจ้ขอเรียกว่า UDR หรือ Unit-Deducting Rider
UDR คือสัญญาเพิ่มเติมที่บริษัทจะขายคืนหน่วยลงทุนในกรมธรรม์โดยอัตโนมัติ เพื่อนำเงินไปชำระ Cost of Rider หรือ COR รวมถึงค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ ค่า COR สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และในบางสัญญาอาจปรับตามอายุ ประสบการณ์สินไหม เงินเฟ้อทางการแพทย์ หรือหลักเกณฑ์ที่ได้รับความเห็นชอบ ไม่ได้คงที่ตลอดชีวิตครับ
พูดง่าย ๆ คือ…
เงินที่เราเลือกจ่ายเข้ากรมธรรม์อาจวางไว้ให้เท่ากันทุกปี
แต่ต้นทุนที่ถูกหักออกจากกองทุน ไม่ได้แปลว่าจะเท่ากันทุกปี
แล้วทำไมเงินที่จ่ายเข้ากรมธรรม์จึงสูงกว่า?
เพราะเงินที่ชำระเข้า Unit-Linked ไม่ได้ถูกนำไปจ่ายค่าประกันสุขภาพทั้งหมด
เงินจะถูกแบ่งไปทำหน้าที่หลายส่วน เช่น
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์
- Cost of Insurance หรือ COI สำหรับความคุ้มครองชีวิต
- Cost of Rider หรือ COR สำหรับสัญญาเพิ่มเติม
- เงินส่วนที่เหลือเพื่อนำไปซื้อหน่วยลงทุน
ดังนั้น การจ่ายปีละ 100,000–150,000 บาท
ไม่ได้หมายความว่า “ค่าประกันสุขภาพจริง ๆ แพงขนาดนั้น”
แต่หมายความว่าเรากำลังนำเงินเข้าระบบมากกว่าต้นทุนปัจจุบัน เพื่อสะสมมูลค่าหน่วยลงทุนไว้รองรับค่าใช้จ่ายในอนาคตด้วย
จุดเด่นที่คนส่วนใหญ่พูดถึงคือ Premium Holiday
Premium Holiday แปลตรงตัวแบบขำ ๆ ได้ว่า…
“ขอให้เบี้ยประกันไปเที่ยวก่อน มีเงินแล้วค่อยกลับมาจ่าย” 🤣
แต่ในความเป็นจริง หมายถึงการหยุดพักชำระเบี้ยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ตัวอย่างของ AIA Issara Plus สามารถขอหยุดพักชำระเบี้ยหลักบางส่วนได้ เมื่อกรมธรรม์มีอายุครบ 3 ปี ชำระเบี้ยครบตามที่กำหนด และยังมีมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนเพียงพอ
ระหว่างที่หยุดพักชำระเบี้ย บริษัทไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ฟรีนะครับ
แต่กรมธรรม์จะทยอยขายคืนหน่วยลงทุน เพื่อนำเงินมาชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อไป
ทั้ง COI, COR
ค่าธรรมเนียมกรมธรรม์
และค่าใช้จ่ายอื่นตามเงื่อนไข
กรมธรรม์จะดำเนินต่อได้ ตราบเท่าที่มูลค่าหน่วยลงทุนยังเพียงพอต่อค่าใช้จ่าย หากมูลค่าลดลงจนไม่เพียงพอ ลูกค้าอาจต้องกลับมาชำระเบี้ย เติมเงิน ปรับลดความคุ้มครอง หรือดำเนินการตามทางเลือกที่บริษัทกำหนดครับ
เพราะฉะนั้น Premium Holiday ไม่ได้แปลว่า…
“จ่ายไม่กี่ปี แล้วหยุดได้ตลอดชีวิตแน่นอน”
แต่แปลว่า…
เรามีความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสด หากมูลค่ากรมธรรม์เพียงพอ
แบบไหนเหมาะกว่ากัน?
ไม่มีคำตอบว่าแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ
ประกันสุขภาพแบบชำระเบี้ยปกติ
เหมาะกับคนที่ต้องการจ่ายเบี้ยในปัจจุบันไม่สูงมาก
ยอมรับการปรับเบี้ยตามอายุและเงื่อนไขได้
และพร้อมชำระเบี้ยต่อเนื่องในทุกปี
ตัวอย่างเช่น อายุ 40 ปี
อาจเริ่มจ่ายอยู่ที่ 40,000–60,000 บาทต่อปี
ประกันสุขภาพแบบ UDR
เหมาะกับคนที่ยอมจ่ายเงินเข้ากรมธรรม์สูงกว่าในช่วงที่มีกำลัง
ต้องการสร้างมูลค่าหน่วยลงทุนไว้รองรับค่าใช้จ่าย
ต้องการความยืดหยุ่นในการพักชำระเบี้ย
และเข้าใจว่าผลตอบแทนของกองทุนไม่รับประกัน
ตัวอย่างเช่น อายุ 40 ปี
อาจวางเงินเข้ากรมธรรม์ปีละ 100,000–150,000 บาท
แต่ต้องดูแบบจำลองจริงว่า…
- เงินเข้าส่วนลงทุนเท่าไร
- ค่าใช้จ่ายถูกหักเท่าไร
- ใช้สมมติฐานผลตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์
- หากผลตอบแทนต่ำกว่าสมมติฐานจะเกิดอะไรขึ้น
- หากค่ารักษาพยาบาลและ COR เพิ่มขึ้นจะเพียงพอหรือไม่
- ต้องเติมเงินอีกเมื่อใด
- ความคุ้มครองคาดว่าจะอยู่ถึงอายุเท่าไร
แล้วผลตอบแทนกองทุนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
จากภาพ Fund Rank ที่โจ้นำมาให้ดู ณ วันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569 มีตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น
AIA-ES50
* ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +41.039%
* ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 5 ปี +5.836%
AIA-TEQ
* ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +40.838%
* ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 5 ปี +5.085%
AIA-THDIS
* ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี +39.809%
* ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 5 ปี +4.639%
AIA-US500
* ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 3 ปี +14.727%
* ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 5 ปี +8.832%
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ผลตอบแทนในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันมาก
ผลตอบแทน 1 ปีที่สูงมาก
ไม่ได้หมายความว่าอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าจะได้เท่าเดิม
เช่นเดียวกับช่วงที่ตลาดติดลบ
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะติดลบไปตลอดครับ
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่สิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต และการลงทุนต้องพิจารณาความเสี่ยงของกองทุนที่เลือกด้วย
การจ่ายเบี้ย Unit-Linked คล้าย DCA หรือไม่?
มีส่วนที่คล้ายครับ
เพราะเป็นการนำเงินเข้าสู่การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ต้องพยายามเดาว่าตลาดวันไหนสูงหรือวันไหนต่ำ
ช่วงที่ราคาหน่วยลงทุนต่ำ เงินเท่าเดิมซื้อหน่วยได้มาก
ช่วงที่ราคาสูง เงินเท่าเดิมซื้อหน่วยได้น้อยลง
DCA จึงช่วยสร้างวินัยและลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะลงทุนผิด แต่ไม่ได้แปลว่าจะรับประกันกำไร หรือทำให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอแน่นอนทุกช่วงเวลา
โจ้จึงไม่อยากให้เลือก Unit-Linked เพียงเพราะเห็นผลตอบแทนกองทุนย้อนหลังหนึ่งปี
แต่ควรเลือกเพราะเข้าใจว่า…
กรมธรรม์นี้จะทำหน้าที่อะไร
ความคุ้มครองที่ต้องการคือเท่าไร
รับความผันผวนได้แค่ไหน
และพร้อมดูแลต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่
สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกกองทุน คือการติดตามแผน
Unit-Linked ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อแล้ววางทิ้งไว้ 20–30 ปีโดยไม่ต้องดูอะไรเลยครับ
ควรมีการทบทวนอย่างน้อยทุก 6 เดือนหรือทุกปี เช่น
- ผลตอบแทนจริงเทียบกับสมมติฐาน
- มูลค่าหน่วยลงทุนปัจจุบัน
- ค่าใช้จ่ายที่ถูกหัก
- ระยะเวลาที่คาดว่ากรมธรรม์จะยังมีผล
- สัดส่วนกองทุนเหมาะกับความเสี่ยงหรือไม่
- ต้อง Rebalance หรือปรับแผนหรือไม่
- รายได้และภาระของลูกค้าเปลี่ยนไปหรือยัง
- วงเงินสุขภาพเดิมยังเพียงพอหรือไม่
เพราะผลลัพธ์ของ Unit-Linked ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกองทุนเพียงอย่างเดียว
แต่ขึ้นอยู่กับ…
แบบประกัน + ค่าใช้จ่าย + ความคุ้มครอง + เงินที่จ่ายจริง + ผลตอบแทน + ระยะเวลา + การติดตามแผน
คนขาย Unit-Linked ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ผู้เสนอขาย Unit-Linked ต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิต ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด ได้รับความเห็นชอบให้ให้คำแนะนำด้านการลงทุน และขึ้นทะเบียนเป็นผู้เสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนตามหลักเกณฑ์ของ คปภ.
ก่อนเสนอขายยังต้องประเมินความเหมาะสมในการลงทุน หรือ Suitability Test เพื่อให้กองทุนและระดับความเสี่ยงสอดคล้องกับลูกค้า โดยเอกสารของ AIA ระบุว่าบริษัทสามารถปฏิเสธคำขอได้ หากลูกค้าปฏิเสธการทำ Suitability Test หรือไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น
แต่การมีใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าลูกค้าต้องเชื่อทุกอย่างโดยไม่ถามนะครับ
ลูกค้าควรถามให้ชัดว่า…
- จ่ายเงินจริงปีละเท่าไร
- เงินลงทุนจริงเท่าไร
- หักค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
- Premium Holiday เริ่มได้เมื่อไร
- หยุดแล้วกรมธรรม์จะอยู่ได้อีกกี่ปี
- ใช้ผลตอบแทนสมมติเท่าไร
- ถ้าได้ผลตอบแทนต่ำกว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- ถ้ากองทุนหมด ต้องทำอย่างไร
และตัวแทนประกันชีวิต ที่มี ใบอนุญาตแนะนำการลงทุนทุกท่านต้อง เสนอ Idea ในแบบจ่ายทุกๆปี ตลอดๆไป และ ทางเลือกที่จะหยุดจ่าย หรือ Premium Holiday ☺️ ด้วย
เพื่อให้เข้าใจ Concept และ ทราบถึงเหตุผล ในการตัดสินใจว่าจะเลือกทีมไหน
Unit-Linked vs Ordinary Life
แต่จากทั้งหมด ข้อคิดจาก ส่วนตัวโจโจ้นะครับ
โจ้ไม่ได้ต้องการบอกว่า
Unit-Linked ดีกว่าประกันสุขภาพแบบปกติ
และไม่ได้ต้องการบอกว่า
ประกันสุขภาพแบบปกติดีกว่า Unit-Linked
แต่โจ้อยากบอกว่า…
ผลิตภัณฑ์คนละแบบ ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์คนละประเภท
บางคนต้องการจ่ายน้อยในวันนี้
และพร้อมจ่ายต่อเนื่องทุกปี
บางคนมีกำลังจ่ายมากในช่วงที่ทำงาน
ต้องการสะสมเงินไว้ในกรมธรรม์
และต้องการความยืดหยุ่นในอนาคต
ทั้งสองแบบมีข้อดี
ทั้งสองแบบมีข้อจำกัด
และทั้งสองแบบมีโอกาสไม่เหมาะ หากเริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
โจ้ไม่อยากให้ทุกคน “มั่นใจเพราะเชื่อคนขาย”
แต่อยากให้ทุกคน…
ถามจนเข้าใจ
เห็นตัวเลขครบ
รู้ทั้งสถานการณ์ที่ดีและสถานการณ์ที่ไม่ดี
แล้วจึงมั่นใจในแผนที่ตัวเองเลือก
เพราะเงินเป็นของเรา
เป้าหมายเป็นของเรา
และผลลัพธ์สุดท้ายก็เป็นของเราครับ
ประกัน Unit-Linked ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคนที่ต้องการผลตอบแทนสูงที่สุด
แต่เป็นเครื่องมือสำหรับคนที่ต้องการบริหาร
ความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการลงทุน
ให้อยู่ภายใต้แผนเดียวกัน
และพร้อมให้ที่ปรึกษาช่วยติดตาม ปรับแผน และดูแลระหว่างทาง
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็น…
เกษียณอายุ
ทุนการศึกษาลูก
ความคุ้มครองสุขภาพ
การส่งต่อมรดก
หรือการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใครกำลังพูดถึง
แต่คือการเริ่มจาก…
เป้าหมายของคุณคืออะไร
และเครื่องมือไหนเหมาะกับคุณจริง ๆ
ใครอยากให้โจ้ช่วยวิเคราะห์ว่า
ประกันสุขภาพแบบปกติ หรือแบบ UDR เหมาะกับตัวเองมากกว่า
ทักมาคุยกันได้ครับ
โจ้ยินดีช่วยเปิดตัวเลข เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และวางแผนให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ 😊
JoeEasyMoney
ให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่ายๆ
#ประกันสุขภาพ #วางแผนการเงิน