เรียนรู้ดูกราฟ : Market View

เรียนรู้ดูกราฟ : Market View ติดตามข่าวสาร บทวิเคราะห์ในตลาด Forex 📊 แหล่งความรู้ในตลาด อัพเดทเศรษฐกิจโลก เรียนรู้ และพัฒนาไปด้วยกัน

21/06/2026

🚨 จับตาเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ลุ้นคลี่คลายวิกฤตตะวันออกกลาง ขณะประเด็นเลบานอนและ
ฮอร์มุซยังร้อนแรง

คืนนี้ รู้เรื่องงงงงง
17/06/2026

คืนนี้ รู้เรื่องงงงงง

🚨 คืนนี้ตลาดโลกจับตา FED อย่างใกล้ชิด!

เวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะประกาศผลการประชุมประจำรอบวันที่ 16-17 มิถุนายน 2026 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอีเวนต์เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเดือนนี้

แม้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่จะคาดการณ์ตรงกันว่า FED มีแนวโน้มสูงมากที่จะ "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" ไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ย กลับเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของการประชุมครั้งนี้

📌 สิ่งที่ตลาดกำลังรอคำตอบ

การประชุมรอบนี้มาพร้อมกับการเผยแพร่ Summary of Economic Projections (SEP) และ Dot Plot ซึ่งสะท้อนมุมมองของกรรมการ FED ต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา ได้แก่

✅ Dot Plot จะมีการปรับมุมมองหรือไม่

✅ FED ยังมองเห็นโอกาสในการลดดอกเบี้ยช่วงปลายปี 2026 หรือเปล่า

✅ ถ้อยแถลงหลังประชุมจะมีน้ำเสียงเข้มงวดขึ้นหรือไม่

✅ Kevin Warsh จะส่งสัญญาณในลักษณะ Hawkish หรือ Dovish

✅ บทบาทของ Forward Guidance จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

🔥 ทำไมการประชุมครั้งนี้จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

นี่ถือเป็นการประชุม FOMC ที่ตลาดให้ความสำคัญอย่างมากภายใต้การนำของประธาน FED คนใหม่ Kevin Warsh

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ Warsh เชื่อว่าธนาคารกลางไม่ควรชี้นำตลาดล่วงหน้ามากจนเกินไป เพราะอาจทำให้นักลงทุนให้น้ำหนักกับคำพูดของ FED มากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจจริง

หากแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้จริง เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสารครั้งสำคัญ

จากเดิมที่ตลาดมักพยายามตีความทุกถ้อยคำของ FED

สู่ยุคที่ FED อาจลดการส่งสัญญาณล่วงหน้า และปล่อยให้ตัวเลขเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดความคาดหวังของตลาดมากขึ้น

📊 Dot Plot และ SEP บอกอะไรได้บ้าง

ในการประชุมครั้งก่อน FED ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และ Dot Plot ในเวลานั้นสะท้อนว่าค่ากลางของดอกเบี้ยปลายปี 2026 อยู่บริเวณ 3.4%

นั่นหมายความว่ากรรมการส่วนใหญ่ยังเปิดโอกาสให้มีการปรับลดดอกเบี้ยได้ประมาณ 1 ครั้งภายในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม หาก Dot Plot รอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป หรือมีกรรมการบางส่วนเริ่มมองว่าดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด

ตลาดอาจตีความทันทีว่า FED กำลังส่งสัญญาณ "Hawkish Hold"

กล่าวคือ แม้จะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ท่าทีโดยรวมยังคงเน้นการควบคุมเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด

⚠️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดการเงิน

หากผลการประชุมออกมาในลักษณะ Hawkish มากกว่าที่ตลาดประเมินไว้

📌 เงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสแข็งค่าขึ้น

📌 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) อาจทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้น

📌 ราคาทองคำมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันระยะสั้น

📌 ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจเกิดความผันผวนเพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน หาก FED ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าคาด

📌 เงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง

📌 Bond Yield มีโอกาสปรับตัวลดลง

📌 ทองคำอาจได้รับแรงสนับสนุนเชิงบวก

📌 ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจตอบรับในเชิงบวก

📰 มุมมองของนักวิเคราะห์ยังแตกต่างกัน

ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์และสถาบันการเงินหลายแห่งยังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเส้นทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป

บางฝ่ายเชื่อว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะเปิดทางให้ FED ลดดอกเบี้ยได้ในอนาคต

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าหากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การปรับลดดอกเบี้ยอาจล่าช้าออกไป หรือในกรณีสุดโต่งอาจต้องกลับมาพิจารณานโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นอีกครั้ง

🎯 สรุปสำหรับนักเทรดคืนนี้

สิ่งที่ควรโฟกัสไม่ใช่เพียงคำว่า "คงดอกเบี้ย"

แต่ต้องดูว่า FED คงดอกเบี้ยด้วยท่าทีแบบใด

🟢 Dovish Hold → ตลาดมีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น

🔴 Hawkish Hold → ดอลลาร์และ Bond Yield อาจแข็งแรงขึ้น กดดันราคาทองคำ

🟡 ลดการใช้ Forward Guidance → ตลาดอาจผันผวนมากขึ้น เพราะต้องตีความจากข้อมูลเศรษฐกิจโดยตรง

คืนนี้จึงอาจเป็นมากกว่าการประกาศดอกเบี้ยตามปกติ

แต่เป็นบททดสอบแรกว่าแนวทางการสื่อสารของ FED ภายใต้ Kevin Warsh จะเปลี่ยนโฉมความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารกลางกับตลาดการเงินไปในทิศทางใด

⚠️ ข้อมูลเป็นเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้น และจัดทำเพื่อการศึกษาและรายงานข่าวเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนโดยตรง ควรวางแผนความเสี่ยงก่อนเทรดทุกครั้ง

📌 แหล่งอ้างอิงข่าว Federal Reserve, Reuters, J.P. Morgan / Chase, Business Insider, StockTitan / CME FedWatch

#เรียนรู้ดูกราฟ

16/06/2026

🚨 จับตาพัฒนาการตะวันออกกลาง | อิหร่านชี้ข้อตกลง MOU ต้องครอบคลุมสถานการณ์ในเลบานอนด้วย

นายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่กำลังอยู่ในความสนใจของนานาชาติ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเฉพาะระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

มุมมองของอิหร่านมองว่าวิกฤตในภูมิภาคครั้งนี้เป็นความขัดแย้งที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ขั้วหลัก ได้แก่

🔴 กลุ่มสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

🟢 กลุ่มอิหร่านและฮิซบอลลาห์

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 สิ่งที่น่าสนใจจากถ้อยแถลงล่าสุด

อาราคชีย้ำว่า การลดความรุนแรงในภูมิภาคจะไม่สมบูรณ์ หากสถานการณ์ในเลบานอนยังคงตึงเครียดอยู่

นั่นหมายความว่า การสร้างสันติภาพในระยะต่อไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลดการเผชิญหน้าระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงบทบาทของอิสราเอลและปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้องกับเลบานอนด้วย

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚠️ เงื่อนไขที่อาจทำให้ข้อตกลงเผชิญความเสี่ยง

ฝ่ายอิหร่านระบุว่า หากเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้ขึ้นภายหลังจากการทำความเข้าใจร่วมกัน

❌ มีการโจมตีเป้าหมายในเลบานอนเพิ่มเติม

❌ ยังคงมีการควบคุมหรือยึดครองพื้นที่ภายในเลบานอน

❌ การปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ยังดำเนินต่อไป

อิหร่านอาจตีความว่าเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของ MOU และส่งผลต่อความคืบหน้าของกระบวนการลดความตึงเครียด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🧩 ประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตาม

แม้ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นก้าวแรกของการคลี่คลายสถานการณ์ แต่ยังมีหลายหัวข้อที่ต้องเข้าสู่การเจรจาในระดับลึกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น

☢️ อนาคตโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

💵 แนวทางผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

🛢️ ความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ

🌍 โครงสร้างความมั่นคงใหม่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

✅ สรุปสำหรับนักลงทุน

MOU ที่กำลังถูกพูดถึงในขณะนี้ มีขอบเขตกว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

สถานการณ์ในเลบานอน รวมถึงบทบาทของฮิซบอลลาห์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของการเจรจาและเสถียรภาพในภูมิภาค

หากความขัดแย้งในเลบานอนยังไม่คลี่คลาย อิหร่านอาจยังไม่มองว่าวิกฤตครั้งนี้สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง

สำหรับตลาดการเงิน โดยเฉพาะทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพัฒนาการเพียงเล็กน้อยในภูมิภาคนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองความเสี่ยงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

📍อ้างอิงข้อมูลจาก AP News, Reuters, Anadolu Agency และ Al Jazeera

#เรียนรู้ดูกราฟ #อิหร่าน

12/06/2026

🚀 จับตา SpaceX IPO คืนนี้ นักลงทุนต้องรู้อะไรบ้าง?

คืนนี้ทั่วโลกกำลังจับตาการเข้าตลาดของ SpaceX บริษัทอวกาศของ Elon Musk ซึ่งถือเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยเสนอขายหุ้นที่ราคา 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ระดมทุนประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์

สิ่งที่ต้องรู้ก่อน
1. SpaceX ไม่ได้เป็นแค่บริษัทจรวด
รายได้หลักในปัจจุบันมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink รวมถึงธุรกิจส่งดาวเทียมและภารกิจด้านอวกาศ ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นการลงทุนในอนาคตของเทคโนโลยีหลายด้านพร้อมกัน

2. ความคาดหวังสูงมาก
หุ้นถูกจองซื้อเกินจำนวนเสนอขายหลายเท่า และมีคำสั่งซื้อจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมหาศาล ทำให้มีโอกาสเห็นความผันผวนสูงในวันแรกของการซื้อขาย

3. ราคาหุ้นอาจไม่ได้ขึ้นตลอด
แม้ความนิยมสูง แต่มีนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่ามูลค่าบริษัทค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับผลประกอบการในปัจจุบัน และ IPO ขนาดใหญ่มักมีแรงขายทำกำไรตามมาได้หลังเปิดตลาด

📈 จะกระทบหุ้นตัวอื่นอย่างไร?
กลุ่ม AI และเทคโนโลยี

อาจเกิดแรงขายระยะสั้นในหุ้น AI และ Big Tech บางส่วน เพราะนักลงทุนโยกเงินสดเพื่อเตรียมเข้าซื้อ SpaceX โดยมีข้อมูลว่าช่วงก่อน IPO นักลงทุนรายย่อยเริ่มขายหุ้นเทคโนโลยีบางตัวเพื่อเพิ่มสภาพคล่องแล้ว

หุ้นอวกาศ (Space Stocks)

หุ้นในกลุ่มอวกาศ เช่น บริษัทส่งดาวเทียมและจรวด อาจได้รับอานิสงส์จากกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศมากขึ้น

Tesla

มีความเป็นไปได้ที่กระแส SpaceX จะดึงเม็ดเงินออกจาก Tesla ชั่วคราว เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนมองว่า SpaceX เป็น "บริษัทเรือธงตัวใหม่" ของ Elon Musk แต่ระยะยาวยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการของแต่ละบริษัท

🥇 จะกระทบทองคำและคริปโตไหม?
ทองคำ (XAUUSD)
ผลกระทบโดยตรงค่อนข้างน้อย แต่หาก IPO ประสบความสำเร็จมาก อาจช่วยหนุนบรรยากาศ Risk-On ทำให้เงินไหลเข้าหุ้นมากขึ้นและลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น

Bitcoin และคริปโต
หากตลาดตอบรับเชิงบวก อาจช่วยเพิ่มความกล้าเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก ส่งผลดีต่อคริปโตในเชิง Sentiment แต่ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานโดยตรง

#เรียนรู้ดูกราฟ #หุ้นสหรัฐ

11/06/2026

ทองลงแบบโงหัวแทบไม่ขึ้น ใกล้เข้าแดน 3###
ยังไม่มีสัญญาณกลับตัว
แต่อย่าเพลิน 😌

10/06/2026

ใครติดทองไหมเมื่อคืน ?
…ผมไม่ติด 😌

สาเหตุทองคำร่วง ระอุอีกแล้วช่องแคบกดทองคำลงไปได้ถึง 4237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 😱
09/06/2026

สาเหตุทองคำร่วง ระอุอีกแล้วช่องแคบ
กดทองคำลงไปได้ถึง 4237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 😱

ไม่ร่วงได้ไงทองคำ พ่อใหญ่โพสต์จ้าาา

ข้อความในภาพ :
ผมเพิ่งได้รับรายงานจากกองทัพอันยิ่งใหญ่ของเรา ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวอิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ Apache ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยของเราลำหนึ่งตก ขณะกำลังลาดตระเวนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ

มีนักบินอยู่ 2 นาย ซึ่งทั้งสองปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องตอบโต้การโจมตีครั้งนี้

ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!

ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์

ด่วนนนนนนน
09/06/2026

ด่วนนนนนนน

Goldman Sachs ปรับมุมมองครั้งใหญ่! มองว่า Fed อาจ "ไม่ลดดอกเบี้ยเลย" ตลอดปีนี้

หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) และตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs เชื่อว่า Fed ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

เดิมทีตลาดเคยมองว่าการลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นช่วงปลายปี แต่ล่าสุด Goldman Sachs ปรับคาดการณ์ใหม่ โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจต้องรอไปถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า

ปัจจัยสำคัญที่ Fed ยังคงจับตา ได้แก่
📌 ตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง
📌 เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย
📌 ผลกระทบจากภาษีนำเข้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงหนุนจากกระแส AI

แม้ Goldman Sachs จะมองว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังไม่ใช่กรณีหลัก แต่ก็ยอมรับว่าความเป็นไปได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

การเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน และอาจส่งผลต่อทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ พันธบัตร หุ้นสหรัฐ ทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในช่วงถัดไป

💬 หาก Fed คงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ตลาดคาด คุณคิดว่าสินทรัพย์ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ?

#เรียนรู้ดูกราฟ
#ดอกเบี้ย #เศรษฐกิจสหรัฐ #ทองคำ

09/06/2026

#ทองคำ กราฟอยู่ในช่องขาลง
มาตั้งแต่เดือนเมษา ยังไม่มีสัญญาณพลิกกลับ ระยะสั้นสวนได้ เพื่อรอเทรนด์ระยะยาว

09/06/2026

🌡️ แจ้งเตือนข่าวใหญ่! CPI พรุ่งนี้ — ทองจะไปทางไหนต่อ?
ในช่วง 19.30 (ตามเวลาประเทศไทย) วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2026

🔥 บริบทที่ต้องเข้าใจก่อนดูตัวเลข
1️⃣ เงินเฟ้อสหรัฐฯ วิ่งขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปี
ในเดือนเมษายน CPI ปรับขึ้น 0.6% รายเดือน และ 3.8% รายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่พฤษภาคม 2023 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาพลังงานและที่พักอาศัย ขณะที่ Core CPI (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.4% รายเดือน และ 2.8% รายปี

2️⃣ ตึงเครียดตะวันออกกลาง = ต้นทุนพลังงานยังสูง
การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานที่เชื่อมโยงกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เป็นแรงผลักดันหลักที่ดัน CPI ขึ้น โดย Cleveland Fed ประเมิน (Nowcast) ว่าแรงกดดันจะอยู่ใกล้ระดับ 4.05% ในระยะสั้น

3️⃣ Core CPI ยังทรงตัว — ตลาดลุ้นว่าจะขยับหรือไม่
Core CPI เดือนเมษายนที่ 2.8% รายปี พร้อมกับ Headline ที่เร่งตัวจากราคาพลังงาน ทำให้ตลาดคาดการณ์ตัวเลขเดือนพฤษภาคมไว้ใกล้ระดับเดิม โดยความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ที่ 2.8% และ 2.9% สูสีกันที่ประมาณ 55% สะท้อนความไม่แน่ใจของตลาดว่าเงินเฟ้อจะเป็น "ชั่วคราว" หรือ "ยาวนาน"

🎯 3 Scenario กับผลต่อทองคำ
🔴 Scenario A — CPI ร้อน (> 4.0%)
ยืนยัน Fed ขึ้นดอกเบี้ย → Dollar แข็ง → ทองร่วงต่อ

🟡 Scenario B — CPI ตามคาด (3.8% – 4.0%)
ตลาดไม่ตื่นเต้นมาก → ทองแกว่ง sideways รอสัญญาณ FOMC 16-17 มิ.ย.

🟢 Scenario C — CPI เย็นลง (< 3.8%)
ตลาดลดความกังวล Fed → Dollar อ่อน → ทองดีดกลับ

⚡ ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญมากเป็นพิเศษ?
ตลาดกำลังจับตา CPI เดือนพฤษภาคมในวันที่ 10 มิถุนายน และการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน เพื่อหาสัญญาณว่าการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว หรือจะยืดนโยบาย "ดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด" ออกไปอีก

Fed Chair คนใหม่ Kevin Warsh กำลังจะจัดการประชุม FOMC ครั้งแรกในวันที่ 16-17 มิถุนายน 2026 และตลาดกำลัง Price-in ความเป็นไปได้ที่จะมีการ ขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนธันวาคม ซึ่งตัดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยออกไปสิ้นเชิงในตอนนี้

#เรียนรู้ดูกราฟ #ข่าวเศรษฐกิจ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรียนรู้ดูกราฟ : Market Viewผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท