14/07/2025
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก 30% เริ่มมีผลวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังการเจรจาการค้าไม่คืบหน้า จุดชนวนความตึงเครียดในเวทีการค้าโลกอีกครั้ง
ทรัมป์โพสต์จดหมายถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน และประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย ไชน์บาวม์ บน Truth Social โดยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการ “การเข้าถึงตลาดอย่างเสรีโดยไม่มีภาษีตอบโต้” และชี้ว่าทั้งสองประเทศยังไม่มีข้อเสนอที่ลดความเสียเปรียบดุลการค้าให้สหรัฐฯ ได้อย่างเพียงพอ
▪️ชาติคู่ค้าตอบโต้ทันที
สหภาพยุโรป (EU)และเม็กซิโกระบุว่าการขึ้นภาษีดังกล่าว "ไม่ยุติธรรมและสร้างความเสียหาย" โดยผู้นำเม็กซิโกกล่าวว่ายังเชื่อว่าจะสามารถเจรจาได้ก่อนเส้นตาย พร้อมยืนยันว่า “อธิปไตยของประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะต่อรองได้” คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของยุโรป และเตรียมใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมหากจำเป็น
▪️การขึ้นภาษีหลายประเทศทั่วโลก
ไม่ใช่แค่สหภาพยุโรป (EU)และเม็กซิโกเท่านั้น ทรัมป์ยังส่งจดหมายถึงอีก 23 ประเทศ อาทิ แคนาดา ญี่ปุ่น บราซิล และเกาหลีใต้ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าระหว่าง 20%–50% โดยเฉพาะทองแดงถูกตั้งเป้าขึ้นภาษี 50%
โดยภาษี 30% ครั้งนี้จะแยกจากภาษีรายสินค้า เช่น เหล็ก (50%) และรถยนต์ (25%) ซึ่งยังคงมีผลอยู่ ทำให้แรงกดดันต่อตลาดการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกระดับ
▪️เม็กซิโกได้ภาษีต่ำกว่าแคนาดา
เม็กซิโกถูกตั้งภาษีที่ 30% ขณะที่แคนาดาถูกตั้งไว้ที่ 35% โดยทั้งสองประเทศถูกพาดพิงถึง “ปัญหายาเสพติดเฟนทานิล” แม้ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะระบุว่าของกลางส่วนใหญ่ตรวจยึดได้ที่ชายแดนเม็กซิโก ไม่ใช่แคนาดา
▪️นักลงทุนกังวล แต่ยังมีความหวัง
แม้นักเศรษฐศาสตร์จะเตือนถึงผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและความไม่แน่นอนของตลาด แต่ยังมีบางฝ่ายเชื่อว่าทรัมป์อาจถอนคำขู่เหมือนในกรณีก่อน ๆ ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยเลื่อนภาษีหลายครั้งเพื่อเปิดทางเจรจา เช่นเดียวกับที่เคยประกาศกรอบความร่วมมือกับอังกฤษ จีน และเวียดนาม แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่ลงรายละเอียดชัดเจน
▪️ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการทูต
รายได้จากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณล่าสุด ซึ่งแม้จะสร้างรายได้ แต่ก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับพันธมิตรใกล้ชิด เช่น ญี่ปุ่น แคนาดา และยุโรป ที่เริ่มทบทวนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ กับสหรัฐฯ บางประเทศพิจารณาจัดซื้ออาวุธจากประเทศอื่นแทน
บทสรุป
การประกาศภาษีรอบใหม่นี้ของทรัมป์ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังกลับสู่ท่าที “การค้าชาตินิยม” แบบแข็งกร้าวอีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงเขย่าตลาดการค้าโลก แต่ยังท้าทายบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำระบบการค้าเสรีระหว่างประเทศอย่างหนักหน่วง