Tnkwealthplanner.com

Tnkwealthplanner.com รับสมัครตัวแทนประกันชีวิต หรือที่ปรึกษาทางการเงิน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แจ้งว่า World Economic Forum เปิดเผยข้อมูล 10 อาชีพด้านเทคโนโลยี ที่จะตอบรับกับความต้...
28/09/2023

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แจ้งว่า World Economic Forum เปิดเผยข้อมูล 10 อาชีพด้านเทคโนโลยี ที่จะตอบรับกับความต้องการของตลาดในอนาคตไปจนถึงปี 2570 โดยหลังจากนี้จะเร่งประสานสมาชิกส.อ.ท ตลอดจนหน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาข้อมูล ตลอดจนวางแผน รองรับการความต้องการแรงงานที่จะเกิดขึ้น

โดย 10 อาชีพที่มาแรง ประกอบด้วย
1.ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning
2.ผู้เชี่ยวชาญด้าน Sustainability
3.ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอัจฉริยะ
4.นักวิเคราะห์ความปลอดภัยข้อมูล
5.วิศวกรเทคโนโลยีทางการเงิน
6.นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
7.วิศวกรหุ่นยนต์
8.ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data
9.ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตร
10.ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล จากการที่เทคโนโลยี และระบบอัตโนมัติ จะถูกนำเข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้นในอนาคต

ข้อมูล จาก มติชน ออนไลน์

26/05/2023
07/06/2019
27/05/2019

สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า…
ทุก 10 นาที มีคนเป็นโรคหัวใจ
ทุก 8 นาที มีหนึ่งคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง
คนไทยกว่า 237,000 คน ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง
1 ใน 4 ของคนไทย "ป่วยเป็นโรคร้ายแรง"
ไม่รู้ว่า "โรคร้ายแรง" จะเกิดขึ้นกับใคร หรือ เมื่อไร
แต่มีประกันชีวิตไว้ อุ่นใจกว่า

#ประกัน #ประกันชีวิต #คุ้มครอง #โรคร้ายแรง

24/05/2019

เก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ ส่งผลต่อนักลงทุนอย่างไร
บทความโดย: นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงินอิสระ นักเขียนและวิทยากร

จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแก้กฎหมายจัดเก็บภาษีในอัตรา 15% จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา จะส่งผลอย่างไรกับนักลงทุน มาติดตามกันได้ผ่านบทความนี้

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนผ่านตราสารหนี้กันก่อน หากท่านเป็นนักลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ สิ่งที่นักลงทุนจะได้คือ ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย และดอกเบี้ยที่ได้รับนั้นจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ร้อยละ 15 โดยที่นักลงทุนมีสิทธิ์เลือกที่จะนำรายได้จากดอกเบี้ยมารวมหรือไม่รวมในการคำนวณรายได้เพื่อเสียภาษีประจำปีก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา หากนักลงทุนมาลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ที่กองทุนไปลงทุนนั้นจะไม่โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในระบบภาษีขึ้น โดยนักลงทุนที่ลงทุนทางตรงในตราสารหนี้จะมีภาระภาษีมากกว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้

ดังนั้น เพื่อสร้างความเป็นธรรม กระทรวงการคลังได้พิจารณาปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมให้มีภาระภาษีเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกันกับการฝากเงินหรือการลงทุนในตราสารหนี้โดยตรง โดยอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ประชาชนมีภาระในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพิ่มขึ้น จึงได้กำหนดให้กองทุนรวมมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เฉพาะในส่วนของรายได้ประเภทดอกเบี้ย ส่วนลด (Discount) และเงินได้ที่มีลักษณะเดียวกันกับดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 15 โดยกำหนดให้ผู้จ่ายเป็นผู้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ บริษัทที่ออกตราสารหนี้ที่กองทุนไปลงทุนต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยที่จ่ายออกมาด้วยนั่นเอง

ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบการลงทุนในตราสารหนี้โดยตรง กับการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ (ก่อนกฎหมายมีผลบังคับ) เพื่อให้เห็นภาพ

นายมั่งคั่งมีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ได้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี จำนวน 100,000 บาท
ดังนั้น นายมั่งคั่งจะได้ดอกเบี้ยจากการลงทุนนี้ 100,000 x 3% = 3,000 บาทต่อปี
แต่นายมั่งคั่งจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% คิดเป็นเงิน 450 บาท (3,000 x 15% = 450)
ทำให้ดอกเบี้ยสุทธิที่นายมั่งคั่งได้รับจะอยู่ที่ 3,000 – 450 = 2,550 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนหลังภาษีที่ 2.55%

ในทางตรงกันข้าม หากนายมั่งคั่งมาลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ โดยกองทุนรวมตราสารหนี้ได้มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ได้ดอกเบี้ย 3% ต่อปีเช่นกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ในอดีตดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนนี้ของกองทุนรวมตราสารหนี้จะไม่โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ทำให้กองทุนรวมตราสารหนี้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนนี้ไป 3% เต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งตรงนี้ที่กระทรวงการคลังมองว่าเกิดความไม่เท่าเทียมกัน และเป็นที่มาของการแก้กฎหมายให้กองทุนรวมตราสารหนี้ต้องโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ย และผู้ออกตราสารก็ต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากกองทุนรวมตราสารหนี้ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ลดลง

อย่างไรก็ตามกรมสรรพากรจะออกกฎหมายลำดับรองเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้สำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ (RMF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นการสนับสนุนการออมเงินเพื่อการเกษียณของประชาชนต่อไป

ดังนั้นหากนักลงทุนมีการสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้แทน แต่หากต้องการพักเงิน หรือเป็นการลงทุนระยะสั้นก็ยังสามารถลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ได้ แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้จะลดลงไปบ้างก็ตาม

เครดิต SCB


Open the Friends tab in your LINE app, tap the add friends icon inthe top right, select "QR code," and then scan this QR code.

26/04/2019
26/04/2019

หลักการวางแผนทางการเงินตามหลัก CFP
ควรเริ่มที่ “สามเหลี่ยมทางการเงิน” เมื่อคุณมีรายได้ ควรเริ่มวางแผนจาก
1) ออมเพื่อปกป้อง
ออมเพื่อสร้างปัจจัยพื้นฐาน (Basic Needs) และบริหารความเสี่ยง โดยเริ่มที่เงินสำรองฉุกเฉิน (3-6 เดือนของรายจ่าย) และการถ่ายโอนความเสี่ยง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และประกันภัยอื่นๆ
2) ออมเพื่อเป้าหมาย
วางแผนการซื้อบ้าน รถ หรือจ่ายหนี้บัตรเครดิต เป้าหมายระยะยาวต่างๆที่จำเป็น เช่น การออมเพื่อเกษียณ วางแผนการศึกษาบุตร ที่เป็นเป้าหมายสำคัญไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
3) ออมเพื่องอกเงย
หลังจากเตรียมความพร้อมเรื่องปัจจัยพื้นฐานแล้ว เงินที่เหลือจะนำไปเพื่อลงทุน เป็นการทำเงินของคุณให้งอกเงยได้อย่างสบายใจ นำไปสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างถูกต้อง และส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด คือ “ออมเงินเพื่อลงทุน” ก่อน แต่หากวันไหนที่คุณเจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ได้ออมเพื่อเงินสำรองฉุกเฉินหรือทำประกันไว้ ตลาดวันนั้นติดลบ คุณคงต้องยอมขาดทุน เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย นั่นละครับ จะปลูกต้นไม้ แต่ต้นไม้ไม่มีรากฐานที่มั่นคง สักวันลมพัดมาก็ต้องล้มครับ


#วางแผนการเงิน #การเงิน #ประกันชีวิต #คุ้มครอง

ที่อยู่

Bang Rak
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66636419951

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tnkwealthplanner.comผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Tnkwealthplanner.com:

แชร์