09/08/2022
“เกษตรฯ” เร่งขับเคลื่อน “สภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส” ผนึกทุกเครือข่าย เดินหน้าเกษตรออร์แกนิก ดันไทยขึ้นแท่นฮับอาเซียน
(7 ส.ค. 65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นประธานพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เกษตรอินทรีย์และเกษตรอินทรีย์พีจีเอส” ที่ โรงแรมอมารี ดอนเมือง ผ่านระบบออนไลน์
โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มที่ เป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่มีโอกาสเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมาก จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านการผลิต การแปรรูป การบริโภค การค้าสินค้า และการบริการเกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลภายใต้ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2564” โดยมีคณะกรรมการเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ และคณะกรรมบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ที่มี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเป็นกลไกระดับนโยบาย และมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ภายใต้ 3 คณะทำงาน ได้แก่ คณะกรรมการด้านเกษตรอินทรีย์ คณะทำงานด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรผสมผสาน และคณะทำงานด้านวนเกษตรและเกษตรธรรมชาติ ได้เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการปี 2564-2565 เดินหน้าจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 และร่าง พ.ร.บ.เกษตรกรรมยั่งยืน พร้อมกับเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ รวมทั้งการจัดทำโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Urban Farming) และโครงการธนาคารสีเขียว (Green Bank) ประการสำคัญ คือ การจัดตั้งสภาเกษตรอินทรีย์พีจีเอส แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 19 สิงหาคม 2564 โดยมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จัดทำหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) หรือเกษตรอินทรีย์วิถีชุมชน
วันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่สภาเกษตรอินทรีย์ พีจีเอส แห่งประเทศไทย ได้เห็นชอบธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการชุดแรก แทนคณะกรรมการบริหารชุดเฉพาะกิจ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายองค์กรเกษตรอินทรีย์หลัก ๆ เช่น มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย มูลนิธิ เกษตรกรรมยั่งยืน สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ไทย พี จี เอส สหพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนแห่ง ประเทศไทย ยังมีกลุ่มเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส ในเครือข่ายอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะร่วมกันขับเคลื่อนสภาเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส และแผนดำเนินงานขับเคลื่อนระบบ พี จี เอส ของประเทศให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
(1) เพิ่มพื้นที่และปริมาณการผลิตเกษตรอินทรีย์
(2) เพิ่มการค้าและการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์
(3) เพื่อให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
(4) เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของสินค้าและบริการ ด้านเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาคอาเซียน
การจะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ โดยเชื่อมโยงการทำงานกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ทั้ง 77 จังหวัดแ ละศูนย์ความเป็นเลิศ (AIC-Center of Excellence) อย่างใกล้ชิดด้านการวิจัยพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการอบรมบ่มเพาะเกษตรกร และผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบออนไลน์และออฟไลน์ เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระบบทรัพย์สินทางปัญญาและการเชื่อมโยงการแปรรูปสร้างมูลค่า เพิ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากผลผลิตทั้งพืชและสัตว์กับโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมเกษตรอุตสาหกรรม ตาม 5 ยุทธศาสตร์ ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ ตลาดนำการผลิต, เทคโนโลยีเกษตร 4.0, 3S (safety-security-sustainability เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน, ศาสตร์พระราชา และบูรณาการเชิงรุกทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุเป้าหมาย 4 ประการ
(1) เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านไร่
(2) เพิ่มจำนวนเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 30,000 ราย
(3) เพิ่มสัดส่วนตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศต่อตลาดส่งออกโดยให้มีสัดส่วนตลาดในประเทศร้อยละ 40 ต่อตลาดส่งออกร้อยละ 60
(4) ยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนเพิ่มขึ้น “สภาเกษตรอินทรีย์ พี จี เอส ต้องเปิดกว้างสร้างพันธมิตรทำงานเชิงโครงสร้างและระบบ เปรียบเสมือนคานงัดที่จะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญต่ออนาคตของเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยของเรา
Cr. ข่าวจากสมาชิก กลุ่มไลน์ PGS พระนครศรีอยุธยา