23/09/2021
เตือนภัย "คอนโดเงินเหลือ" กู้รวดเดียว 6 ที่ สุดท้ายถูกหักหลัง หมดเครดิต แบกหนี้ที่ไม่ได้ก่อ
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ พบเรื่องสะเทือนใจโซเชียลฯ แฟนหนุ่มถูกเพื่อนของพี่สะใภ้ และเพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ หลอกให้กู้คอนโดมิเนียมรวดเดียว 6 ที่ ก่อนจะชักดาบ เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้มี 3 ที่ ไม่จ่ายสักที่ อยู่ฟรีหนีหนี้แถมค่าไฟก็ไม่จ่าย ส่วนเพื่อนของพี่สะใภ้มี 2 ที่ บอกจะให้เดือนละ 3 หมื่น ตอนหลังก็ไม่ให้ สัญญาลมปาก แถมเอาเงินไปหมุนฟรีอ้างทำเงินอีก 2 แสน สุดท้ายแฟนหนุ่มเจอทวงหนี้ขึ้นศาล 3 ธนาคารรวด ภรรยาสาวห่วงจะฆ่าตัวตาย
วันนี้ (23 ก.ย.) ในโลกโซเชียลฯ ได้แชร์เรื่องราวในเว็บไซต์พันทิป บอกเล่าถึงการทำธุรกิจที่เรียกว่า "คอนโดเงินเหลือ" หรือ "คอนโดเงินทอน" ซึ่งเป็นการลงทุนในลักษณะผู้ลงทุนซึ่งเป็นพนักงานบริษัท มีฐานเงินเดือนคงที่ มีสลิปเงินเดือน กู้ซื้อคอนโดมิเนียมกับสถาบันการเงิน ในราคาที่สูงกว่าราคาขายจริงของคอนโดมิเนียม โดยผู้ลงทุนจะเป็นผู้รับภาระสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และจะได้รับเงินส่วนต่างที่ขอเพิ่มมา แต่กลับพบว่าแฟนหนุ่มแบกหนี้ที่ไม่ได้ก่อ และกังวลว่าจะฆ่าตัวตาย
จากคำบอกเล่าโดยสรุปว่า แฟนหนุ่มถูกพี่สะใภ้ชักชวนให้มาทำ "คอนโดเงินเหลือ" โดยอ้างว่าโครงการนี้น่าสนใจ แต่ติดที่พี่สะใภ้ไม่มีเครดิตที่จะมาทำโครงการหรือธุรกิจแนวนี้ โดยมีคนทำธุรกิจร่วมกัน 3 คน คือ 1. แฟนหนุ่ม 2. เพื่อนของพี่สะใภ้ และ 3. เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้อีกที โดยให้แฟนหนุ่มรายนี้ยื่นสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม 6 แห่งพร้อมกัน แล้วแฟนหนุ่มจะได้ส่วนต่างที่ได้จากการขอสินเชื่อ ซึ่งปกติธนาคารจะให้สินเชื่อมากกว่าราคาประเมินเพื่อนำเงินส่วนต่างมาเป็นค่าตกแต่ง
โดยเงื่อนไขธุรกิจก็คือ แฟนหนุ่มเป็นผู้ชำระสินเชื่อคอนโดมิเนียม 1 แห่ง ซึ่งถ้าผ่อนชำระครบแล้ว ก็จะได้ห้องชุดที่มีกรรมสิทธิ์ในชื่อของแฟนหนุ่ม ส่วนเพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 2) ชำระสินเชื่อคอนโดมิเนียมที่ยื่นกู้ในนามแฟนหนุ่ม 2 แห่ง โดยอ้างว่าจะผ่อนชำระแทนแฟนหนุ่ม และสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนแฟนหนุ่มเดือนละ 30,000 บาท เพื่อเป็นกำไรให้แฟนหนุ่มในฐานะผู้ยื่นกู้ เมื่อผ่อนชำระครบทั้ง 2 แห่งแล้ว แฟนหนุ่มจะต้องโอนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ให้เป็นชื่อของเพื่อนพี่สะใภ้ ขณะที่เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 3) ชำระสินเชื่อคอนโดมิเนียมที่ยื่นกู้ในนามแฟนหนุ่ม 3 แห่ง โดยอ้างว่าจะผ่อนชำระแทนแฟนหนุ่ม เมื่อผ่อนชำระครบทั้ง 3 แห่งแล้ว แฟนหนุ่มจะต้องโอนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ให้เป็นชื่อของเพื่อนพี่สะใภ้ (คนที่ 2)
สามเดือนแรกหลังสินเชื่อคอนโดมิเนียมทั้ง 6 แห่งของแฟนหนุ่ม ได้รับการอนุมัติ เพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 2) ผ่อนชำระ และให้กำไร 30,000 บาทแก่แฟนหนุ่มตามปกติ ตามที่รับปากไว้ด้วยดี ไม่มีปัญหา แต่พบว่าเดือนที่สองหลังสินเชื่อได้รับการอนุมัติ เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 3) กลับไม่ผ่อนชำระ และไม่จ่ายค่าตอบแทนใดๆ แต่กลับเข้าอยู่ในห้องชุด 1 ใน 3 แห่งที่แฟนหนุ่มรับไปผ่อน เมื่อธนาคารโทร.มาติดตามทวงถามกับแฟนหนุ่ม แฟนหนุ่มโทร.ถามเพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ กลับได้คำตอบว่า "ตอนนี้ยังไม่มี แต่กำลังจะมี เดี๋ยวผมรีบเคลียร์"
นอกจากนี้ เพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 2) เอาเงินกู้จากแฟนหนุ่มไปอีก 200,000 บาท โดยกล่าวกับแฟนหนุ่มว่า ถ้าไม่รู้จะเอาเงินส่วนต่างจากเงินกู้ไปทำธุรกิจอะไร ก็เอาเงินมาให้เพื่อไปลงทุน แล้วเมื่อได้ดอกเบี้ยก็แบ่งกำไรกัน พยายามพูดให้สวยหรู วาดฝันและรับปากว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นจะรับผิดชอบให้แน่นอน ซึ่งแฟนหนุ่มก็เชื่้อใจ
แต่ปัจจุบันสิ่งที่เจออยู่ก็คือ เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 3) ตั้งแต่ทำธุรกิจร่วมกัน ไม่เคยชำระสินเชื่อที่ยื่นกู้ในนามแฟนหนุ่มทั้ง 3 แห่งให้ธนาคารเลย ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ส่งหนังสือมาที่บ้าน ให้ไปขึ้นศาลและให้ชำระหนี้ แถมการไฟฟ้าติดต่อให้แฟนหนุ่มชำระค่าไฟฟ้า 5,000 บาท เพราะเพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้เข้าอยู่ แต่ไม่ชำระค่าไฟ และการไฟฟ้าฯ จะยกหม้อแปลงไปแล้ว ทุกวันนี้แฟนหนุ่มตามตัวไม่ได้เพราะหนีไปแล้ว เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนเบอร์โทร. ติดต่อไม่ได้
ส่วนเพื่อนของพี่สะใภ้ (คนที่ 2) ยังชำระสินเชื่อให้แฟนหนุ่มตามปกติ แต่ไม่ให้กำไร 30,000 บาทตามที่รับปากไว้ เพราะเอาไปลงทุนก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ส่วนเงินที่ยืมไป 200,000 บาท ก็คืนให้แต่เงินต้น แต่ไม่ให้ดอกเบี้ย อ้างว่าลงทุนแล้วไม่ได้กำไร จึงไม่สามารถให้ดอกเบี้ยได้ คืนให้เฉพาะเงินต้นเท่านั้น และจากที่เคยรับปากว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะร่วมรับผิดชอบ เพื่อนของเพื่อนของพี่สะใภ้ที่หนีหนี้จะช่วยตามให้ ไม่ต้องกังวล ก็พบว่าลมปากคนเชื่อไม่ได้ กลายเป็นว่าเอาเงินแฟนหนุ่มไปหมุนฟรี ยืมชื่อแฟนหนุ่มไปกู้เงินเพื่อผ่อนคอนโดฟรีๆ เคยปรึกษาทนายความแล้ว ก็บอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะสัญญาดอกเบี้ยที่ทำกับเพื่อนของพี่สะใภ้ ดอกเบี้ยคิดเกินจริงจากตามที่กฎหมายกำหนด กลายเป็นว่าไม่เป็นผลต่อการฟ้องร้องอะไรทั้งสิ้น
"ทุกวันนี้แฟนเราเจอแต่หนี้ รอบตัว หนี้จากแบงก์ทั้งหมด 3 ธนาคาร ที่ขู่ว่าจะฟ้องร้องแฟนเราที่ไม่ยอมจ่าย แฟนเรายินยอมที่จะปล่อยให้ยึดคอนโดไปเลย ยึดไปให้หมดเลย เพราะแฟนเราก็ไม่มีปัญญาหามาจ่ายเหมือนกัน 3 ธนาคาร แต่การจะยึดทรัพย์มันไม่ได้ง่ายเหมือนกับเล่นขายของ ธนาคารดำเนินการตามกฎหมายคือ ฟ้องร้องแฟนเราก่อน ซึ่งเราเจ็บใจและเสียใจมาก ที่แฟนเราต้องมารับผิดชอบในหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แฟนเราได้บทเรียนราคาแพงมาก เค้ายอมรับกับเราว่า ตอนแรกที่มีคนมาเสนอธุรกิจนี้ให้เค้า วาดฝันเค้า เค้าโลภเอง นึกว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปอย่างที่คิด นึกว่าเพื่อนของพี่สะใภ้จะไม่หักหลังกัน เพราะแฟนเราถามพี่ชายก่อนตกลงทำธุรกิจนี้ว่า เพื่อนของพี่สะใภ้คนนี้ไว้ใจได้ไหม ซึ่งพี่ชายบอกว่าไว้ใจได้ แต่สุดท้ายภาระ ตกมาอยู่ที่แฟนเราคนเดียวเลย" เจ้าของกระทู้ ระบุ
อ่านกระทู้ต้นฉบับ คลิกที่นี่ https://pantip.com/topic/40989474
ด้านสมาชิกพันทิปรายหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า การทำธุรกิจคอนโดเงินเหลือ หรือคอนโดเงินทอน มีเจตนาทุจริตตั้งแต่แรก เพราะโดยปกติถ้าคิดตามความสามารถในการชำระหนี้ สามารถทำได้แค่หลังเดียว แต่กลับพบว่ายื่นกู้พร้อมกัน 6 แห่ง เพราะระหว่างนั้นข้อมูลในเครดิตบูโรยังไม่ขึ้น อีกทั้งหลอกธนาคารด้วยการประเมินวงเงินสูงกว่าราคาซื้อขายจริง ทำให้เมื่อธนาคารให้สินเชื่อก็มีเงินเหลือมาแบ่งกัน ผู้กู้มีคนเดียว แต่คนอื่นมาเอาไปอีก ถือว่าแฟนหนุ่มถูกหลอกตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนวิธีการแก้ไข ต้องขายออกทุกห้องใช้หนี้ไป เมื่อขายไม่ออก ธนาคารยึดไปขายในราคาถูก ไม่พอใช้เงินกู้ก็ต้องมีการทวงหนี้ส่วนที่เหลืออีก ให้พี่ชายและพี่สะใภ้ไปติดตามทวงหนี้ บอกพ่อแม่ญาติพี่น้องด้วยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ มีทรัพย์สินพอจะขายมาช่วยหรือไม่ ส่วนการแจ้งตำรวจนั้นแม้จะถูกหลอกลวง แต่ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วยหรือไม่ เหมือนร่วมกันโกงธนาคาร
สมาชิกพันทิปอีกรายหนึ่ง ระบุว่า "เป็นเรื่องของความโลภ อย่าไว้ใจใครนอกจากตัวเอง และอย่าโลภมากไป โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ถ้าใครมาชวนให้คิดก่อนเลย ถ้ามันดี แล้วเค้าจะมาชวนเราทำไม เก็บเงียบๆ รวยคนเดียวไม่ดีกว่าหรือ?"
เครดิตบทความ : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000094262