17/04/2021
....แบ่งปัน.....และห่วงใย
อย่างที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในวงกว้าง ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ทั้งหมด ในหลายพื้นที่ก็ได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและ Hospitel ที่มาจากคำว่า Hospital (โรงพยาบาล) + Hotel (โรงแรม) คือหอผู้ป่วยโควิด-19 แบบเฉพาะกิจโดยปรับเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอาการเพื่อรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ
ยิ่งสถานการณ์เข้าสู่ขั้นวิกฤตแบบนี้ ก็ต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงกันเป็นธรรมดานะคะ ไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่ “ประกันโควิด” มียอดกรมธรรม์รวมเกือบ 11 ล้านฉบับเข้าไปแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564) สำหรับประกันโควิดในประเทศไทยมีให้เลือก 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบบเจอ จ่าย จบ และแบบให้ค่ารักษาพยาบาล
สำหรับลูกค้า gettgo ที่ถือประกันโควิดจากเอเชียประกันภัยและวิริยะประกันภัยอยู่ในมือแล้ว อาจยังมีคำถามเรื่องเงื่อนไขและวิธีการเคลมอยู่ว่า หากติดเชื้อขึ้นมาจริง ๆ ต้องเตรียมรับมือยังไงกันบ้าง ? วันนี้เราจะพามาไขทุกดอกจันของประกันโควิดทั้ง 2 เจ้าที่เราเปิดขายนี้กันค่ะ รับรองว่าถ้าเตรียมตัวดี เตรียมเอกสารครับ แม้เราจะป่วยให้ช้ำใจ แต่เคลมได้ง่าย ๆ คว้าเงินมาแน่นอน
🔎 ขั้นตอนการเคลมประกันโควิด “แบบเจอ จ่าย จบ” และ “แบบค่ารักษาพยาบาล”
📝 เอกสารที่ใช้ในการเคลม
1. แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
2. ใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการสำคัญ และผลการวินิจฉัยว่าเป็นโรคโควิด-19 (ฉบับจริง)
3. ผลการตรวจโรคว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากห้องทดลอง (Lab test result ฉบับจริง) ที่เป็นผลตรวจจาก รพ. ในไทย
4. แฟ้มประวัติการตรวจรักษาพยาบาล พร้อมประทับตรา รพ.
5. ใบเสร็จสรุปค่าใช้จ่าย รายละเอียดยา เวชภัณฑ์ ผลตรวจวินิจฉัย ฯลฯ พร้อมประทับตรา รพ.
6. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาโดยเจ้าของบัตร
7. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมเซ็นรับรองสำเนาโดยเจ้าของบัญชี (สำหรับเฉพาะแผนเจอ จ่าย จบ)
8. สำเนากรมธรรม์ประกันโควิดที่ยังไม่หมดอายุ
9. เอกสารอื่น ๆ ที่บริษัทร้องขอตามความจำเป็น (ถ้ามี)
ขอเน้นไว้สักนิดสำหรับ “แผนประกันที่มีค่ารักษาพยาบาล” หากไม่ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญาของบริษัทประกันภัย ผู้ป่วยจะต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วนำใบเสร็จค่ารักษามาเบิกคืนในภายหลัง หากใครที่ไม่อยากสำรองจ่ายก็ต้องไปเฉพาะ รพ.คู่สัญญานั่นเองนะคะ และอย่าลืมว่าผู้เอาประกันภัยจะต้องส่งเอกสารต่าง ๆ ในการเคลมให้บริษัทประกันภายใน 30 วัน นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาลค่ะ
🔎 ตรวจพบเชื้อ รพ.ไหน จำเป็นต้องแอดมิต รพ. นั้นหรือไม่ ?
📝 ตรวจเจอเชื้อที่รพ.รัฐ - หากมีประกันโควิดหรือประกันสุขภาพ สามารถขอเอกสารยืนยันการติดเชื้อเพื่อย้ายไป รพ.เอกชนได้ค่ะ หากมีเตียงว่างก็แอดมิตได้เลย แต่หากเตียงเต็มจะถูกโยกไปยัง Hospitel นั่นเองค่ะ
📝 ตรวจเจอเชื้อที่รพ.เอกชน - หากมีประกันโควิดหรือประกันสุขภาพก็เช็คสิทธิ์ของตัวเองกันได้เลยค่ะว่ามีสิทธิ์รักษา รพ.ที่ตรวจพบเชื้อมั้ย ? ถ้าได้ก็แอดมิตได้เลย แต่หากไม่ใช่ รพ.คู่สัญญาของบริษัทประกันที่ถืออยู่ ก็มีความจำเป็นต้องย้ายไป รพ.ใหม่ที่ใช้สิทธิ์ได้ หรือถ้าอยากได้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นก็แสดงความจำนงขอไปรักษาแบบ Hospitel ก็ทำได้เช่นกันค่ะ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะเคลมได้หรือไม่ในทุกเคสที่กล่าวถึง ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทประกันด้วยนะคะ เรามาดูหัวข้อถัดไปเพื่อตอบคำถามกันเลยค่ะ
🔎 รพ.ทั่วไปเตียงเต็ม ต้องไปนอน รพ.สนามหรือ Hospitel เคลมได้มั้ย ?
หลังจากตรวจพบเชื้อก็อย่าเพิ่งกังวลใจไปนะคะ อันดับแรกทาง รพ. ที่เราไปตรวจจะต้องประสานงานจัดหาเตียงให้ หากต้องแอดมิตรพ.เอกชนแล้วพบว่าเตียงเต็มก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่รักษานะคะ เพราะล่าสุด คปภ. ได้ออกคำสั่งใหม่มาแล้วว่าผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตัวในรพ.สนามและ Hospitel ให้ถือว่าเป็น “ผู้ป่วยในและสามารถเคลมประกันโควิดได้” เฉกเช่นเดียวกับการรักษาตัวใน รพ.ทั่วไปนั่นเองค่ะทุกคน
อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเจอกรณี รพ. รัฐหรือเอกชนเตียงเต็ม และมีความประสงค์ไม่อยากนอนรวมเพื่อรักษาใน รพ. สนาม เพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว หากถือแผนของ “เอเชียประกันภัย” ไว้ก็สบายใจได้เลยค่ะ เพราะสามารถรีเควสแยกไปรักษาตัวที่ Hospitel ที่เปิดรับได้ และสามารถเคลมได้ในวงเงินค่ารักษาแบบหายห่วงค่ะ แต่สำหรับแผนของ “วิริยะประกันภัย” นั้น จะไม่สามารถรีเควส รพ. เองตามใจชอบได้ จะต้องพักรักษาตัวตามที่รัฐฯ จัดหาให้เท่านั้น อาทิ รพ. ทั่วไปเต็ม โดนจัดสรรไปรพ. สนาม ก็ต้องเข้ารับการรักษาหากต้องการเคลมวงเงินค่ารักษา แต่ถ้าอยากรีเควสในส่วนของ Hospitel เพื่อซื้อความเป็นส่วนตัวนั้น ก็ต้องจ่ายเงินเอง ไม่สามารถเคลมได้ค่ะ
🔎 รายชื่อ Hospitel ในไทยล่าสุด มีให้บริการที่ไหนบ้าง ?
1. รร. โอโซน 40 เตียง (รพ.วิภาราม)
2. รร. รัตนโกสินทร์ 150 เตียง (รพ.ปิยะเวท)
3. รร.อินทรา รีเจ้น 455 เตียง (รพ.ปิยะเวท)
4. รร. สินศิริ รามอินทรา 69 เตียง (สินแพทย์ เสรรีรักษ์)
5. รร. ชีวา 75 เตียง (รพ.กรุงเทพ)
6. รร. พูลแมน 324 เตียง (รพ.ธนบุรี)
7. รร. สินศิริ 1 จำนวน52 เตียง (รพ สินแพทย์)
8. รร. ฌอกะเชอ 200 เตียง (รพ.เกษมราษฎร์อินเตอร์)
สุดท้ายนี้ แม้จะเป็นช่วงวิกฤตที่ผู้คนไม่กล้าออกไปไหนแต่ก็ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานอยู่ ยังไงก็อย่าลืมรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ ล้างมือบ่อย ๆ ใส่แมสก์ก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะคะ และที่สำคัญการมีประกันโควิดติดไว้สักแผน สามารถช่วยลดความเสี่ยงให้ค่าใช้จ่ายเบาลงได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ