FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, บริการทางการเงิน, 93 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ .

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย ปัจจุบันมีสมาชิก 7 องค์กร ประกอบด้วย
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ : ASCO
สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย : TLCA
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน : AIMC
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน : IAA
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย : TIA
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย : ThaiBMA
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : SET

Transition Bond และ Thailand Amber Bond: สะพานในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืนหลายปีที่ผ่านมา กระแสการเงินเพื่อความย...
27/08/2026

Transition Bond และ Thailand Amber Bond: สะพานในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน
หลายปีที่ผ่านมา กระแสการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ของโลกมุ่งเน้นไปสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ “Green Finance” ผ่านเครื่องมือทางการเงินหลายรูปแบบ เช่น Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-linked Bond เพื่อช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างไรก็ตาม การสนับสนุนเฉพาะ “ธุรกิจสีเขียว” เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ไม่สามารถทำได้ในทันที และจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนเพื่อค่อย ๆ ปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sectors) เช่น กลุ่มพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก หรือภาคการขนส่งทำให้แนวคิดด้านความยั่งยืนของโลกเริ่มขยายให้ครอบคลุม “การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน” (Transition) มากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ “Transition Finance” และเครื่องมือในการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการที่จะช่วยให้ธุรกิจซึ่งปล่อยคาร์บอนสูง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ ตามเส้นทางการลดคาร์บอน (decarbonization pathway) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของแต่ละประเทศ ตัวอย่างโครงการเหล่านี้ตามมาตรฐาน Climate Transition Bond Guideline ของ ICMA (International Capital Market Association) เช่น การดักจับ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน การยุติการใช้งานหรือการรื้อถอนทรัพย์สินที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อให้การดำเนินงานด้าน Transition Finance มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือ หน่วยงานต่าง ๆ จึงพัฒนาเครื่องมือ
สำคัญ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. Taxonomy

เช่น ASEAN Taxonomy และ Thailand Taxonomy ซึ่งกำหนดนิยามและจัดหมวดหมู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจตามสีไฟจราจร 3 สี ได้แก่ 1) สีเขียว หมายถึงกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมาย Paris Agreement ที่จำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส 2) สีเหลือง (amber) หมายถึง กิจกรรมที่อยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านและยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่เป็นระดับการปล่อยตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ (science-based) ซึ่งกำหนดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Paris Agreement และ 3) สีแดง หมายถึง กิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับเส้นทาง Net Zero และสร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม
2. Transition Finance Handbook/Guidance

ซึ่งกำหนดองค์ประกอบของ transition framework/plan เพื่อความน่าเชื่อถือ เช่น ICMA, Climate Transition Finance Handbook (CTFH), ASEAN Transition Finance Guidance (ATFG), Japan’s Basic Guidelines on Climate Transition Finance
ในบริบทของประเทศไทย ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Transition Finance และได้กำหนดแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รองรับ Transition Finance เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ ปี 2569 – 2571 โดยริเริ่มพัฒนาตราสารหนี้ 2 ประเภท ได้แก่ Transition Bond และ Thailand Amber Bond Transition Bond เป็นตราสารหนี้ที่ออกมาเพื่อระดมทุนสำหรับโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ค่อย ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Transition Bond ในระดับสากล
Thailand Amber Bond จะเป็นทางเลือกให้กับผู้ออกตราสารหนี้ในการระดมทุน เพื่อลงทุนในโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านตามบริบทของประเทศไทย โดยกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่เป็นกิจกรรม “สีเหลือง” ตามเกณฑ์การประเมินใน Thailand Taxonomy
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ออกตราสารหรือผู้ระดมทุน (Issuer) โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากจะมีเครื่องมือทางการเงินที่สามารถสื่อสารความมุ่งมั่นและเส้นทางการเปลี่ยนผ่านขององค์กร ซึ่งอาจสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ลงทุนที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในขณะที่ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตลอดจนมีความมั่นใจในความโปร่งใสของข้อมูล เนื่องจากตราสารประเภทดังกล่าวจะต้องเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล รวมถึงต้องผ่านการให้ความเห็นหรือรับรองจากผู้ประเมินภายนอกที่เป็นอิสระ (External Review Provider) เช่นเดียวกับตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนประเภทอื่น ๆ
ด้วยหลักเกณฑ์ข้างต้น ไทยจะเป็นประเทศต้น ๆ ในโลกที่มีเกณฑ์รองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond รวมทั้งตราสารหนี้ที่มีการอ้างอิงกิจกรรมสีเหลือง ของ Taxonomy อย่าง Thailand Amber Bond โดยปัจจุบัน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ ก.ล.ต. มีแผนสนับสนุนผ่านการเตรียมความพร้อม (capacity building) เพื่อส่งเสริมการออกและเสนอขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในระยะต่อไป นอกจากนี้ ก.ล.ต. จะมีมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ ให้แก่ผู้ออกตราสารด้วย อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมคำขออนุญาตเสนอขายและยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย (filing) จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2571
ท้ายที่สุดนี้ การที่ตลาดทุนจะเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีมาตรการระหว่างการเปลี่ยนผ่าน (interim mechanism) ซึ่งเป็นที่จะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยยังคงกรอบการกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเมื่อองค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นสีเขียวได้แล้ว ก็สามารถใช้ Green Finance เพื่อการระดมทุนอื่น ๆ ได้ต่อไป
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจากบทความของ ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมความรู้ตลาดทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2569/090769.pdf

📌 ขอเชิญผู้ลงทุนร่วมตอบแบบสอบถาม แชร์มุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ... ในอีก 3 เดือนข้างหน้า  ➡ https://www.surveymonkey.co...
25/08/2026

📌 ขอเชิญผู้ลงทุนร่วมตอบแบบสอบถาม แชร์มุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ... ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ➡ https://www.surveymonkey.com/r/fetco
🔍สำหรับการจัดทำ Investor Confidence Index จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)​ รอบการสำรวจเดือนสิงหาคม 2569 สะท้อนภาพรวมของตลาดทุนและเศรษฐกิจโดยรวม 📉📈

24/08/2026

FDI เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย

โดย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เพื่อความโปร่งใส มีผลใช้บังคับ 1 ก.ค. 69ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศยกระ...
20/08/2026

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เพื่อความโปร่งใส มีผลใช้บังคับ 1 ก.ค. 69
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศยกระดับการกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน ("บจ.") ทรัสต์เพื่อการลงทุน ("กองทรัสต์") กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (รวมเรียกว่า "กองทุนรวม") มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 มุ่งสร้างความโปร่งใสสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมาตรฐานสากลเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอและทันเวลาสำหรับการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้เกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้วโดยได้แจ้งให้ บจ. รับทราบแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพื่อความโปร่งใส
1.1 เปิดเผยรายการที่มีความเสี่ยงต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ บจ. กองทรัสต์ และกองทุนรวม เช่น การด้อยค่าสินทรัพย์ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และเงินมัดจำที่ไม่ได้รับคืนตามกำหนดเป็นต้น โดยให้เปิดเผยพร้อมกับการส่งงบการเงิน และรายงานความคืบหน้าทุกไตรมาสจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
1.2 เปิดเผยข้อมูลทันทีเมื่อคณะกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจสอบของ บจ. พบเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อระบบควบคุมภายในที่สำคัญ และรายงานความคืบหน้าทุกไตรมาสจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
1.3 เปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเป็นรายเดือน ได้แก่ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นทุก 5% ตามรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหุ้นสามัญของกิจการ (แบบ 246) และกรณีมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้วเสร็จตามรายงานผลการทำ Tender Offer (แบบ 256) ยกเว้นกรณีเพิกถอนบริษัทจดทะเบียนโดยสมัครใจ
2. ปรับปรุงเกณฑ์ Backdoor Listing (การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นทางอ้อม แทนการทำ IPO) เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาจาก "ผลลัพธ์ของรายการ" (Substance) มากกว่ารูปแบบการทำรายการ โดยครอบคลุมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่กว่า บจ. เดิม หรือส่งผลให้มีการเปลี่ยนอำนาจควบคุม หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้บริหารเกิน 50% หรือส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมของ บจ. ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว
3. ปรับปรุงเกณฑ์ Cash Company (บริษัทที่มีสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเป็นเงินสด หรือเทียบเท่าเงินสด โดยไม่มีธุรกิจหลักที่ชัดเจน) เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาจากฐานะทางการเงินในภาพรวม โดยไม่จำกัดว่าต้องเกิดจากการขายสินทรัพย์ออกไปเท่านั้น และเริ่มพิจารณาจากงบการเงินงวดบัญชีสิ้นสุดหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
4. ปรับปรุงเกณฑ์ขึ้นเครื่องหมาย C (Caution: เครื่องหมายเตือนผู้ลงทุนให้เพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์) เกณฑ์ใหม่ปรับการนับระยะเวลาขึ้นเครื่องหมาย CC (Non-Compliance: ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์) และ CF (Free Float: การกระจายหุ้นการถือหุ้นรายย่อยไม่เป็นไปตามเกณฑ์) โดยเริ่มนับจาก "วันที่เกิดเหตุการณ์ที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล" แทนการนับจาก "วันที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล" เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทได้ประโยชน์จากการเปิดเผยข้อมูลล่าช้าและมีระยะเวลาแก้ไขนานกว่าบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลตรงเวลา
5. ปรับปรุงเกณฑ์ Free Float (สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย) สำหรับ บจ. เข้าใหม่ (New Listing) เกณฑ์ใหม่ยกเลิกการผ่อนผันระยะเวลาการกระจายการถือหุ้นสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนชำระแล้วตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทขึ้นไป และหากบริษัทเข้าใหม่ดำเนินการใดๆ ที่ทำให้สัดส่วน Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ทันทีที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถือว่าบริษัทนั้นขาดคุณสมบัติเรื่อง Free Float ตามเกณฑ์รับหลักทรัพย์ เพื่อให้เกณฑ์มีความชัดเจน และลดการใช้ดุลพินิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th ภายใต้หัวข้อ "กฎเกณฑ์/การกำกับ" และ "กฎเกณฑ์ - หนังสือเวียนส่วนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน"
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

อ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :
- https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=105283501&symbol=SET
- https://www.set.or.th/th/about/mediacenter/set-fact-check/article/788-updated-shareholder-lists

เราจะลงทุนอย่างไรให้มั่นคง เมื่อโลกกำลังสั่นไหว?▶️ สัมมนา FETCO x ThaiBMA Investment Forum 2026"Investment in the Storm ...
19/08/2026

เราจะลงทุนอย่างไรให้มั่นคง เมื่อโลกกำลังสั่นไหว?
▶️ สัมมนา FETCO x ThaiBMA Investment Forum 2026
"Investment in the Storm — ลงทุนให้มั่นคง เมื่อโลกกำลังสั่นไหว"
ชมสัมมนาย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=7HEzJyzT85A

#ตราสารหนี้ #กองทุนรวม
#หุ้นกู้

FETCO x ThaiBMA Investment Forum 2026: Investment in the Storm — ลง...

14/08/2026

แรงส่งตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

โดย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

09/08/2026

ยกระดับตลาดทุนไทย สู่ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’

โดย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

หมายเหตุประกอบงบการเงินที่นักลงทุนต้องรู้ไว้งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว นอกจากจะประกอบด้วย งบฐานะการเงิน งบกำไรขาด...
05/08/2026

หมายเหตุประกอบงบการเงินที่นักลงทุนต้องรู้ไว้
งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว นอกจากจะประกอบด้วย งบฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกระแสเงินสด งบเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของแล้ว ยังมีหมายเหตุประกอบงบการเงินที่เป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินอีกด้วย วันนี้เราจะคุยถึงความสำคัญของหมายเหตุประกอบงบการเงินของกิจการที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นสิ่งที่จัดทำโดยผู้สอบบัญชี แต่ที่จริงแล้ว ตามกฎหมายการบัญชีงบการเงินทั้งหมดที่จัดทำ รวมทั้งหมายเหตุประกอบงบการเงินนั้น ต้องจัดทำโดยกิจการทั้งหมด ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่สอบทานงบการเงินแล้วให้ความเห็นว่า งบการเงินนั้นถูกต้อง เชื่อถือได้เพียงใด
หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Notes to Financial Statements) คือส่วนที่เชื่อมต่อท้ายงบการเงิน ซึ่งเป็นจุดที่ “ซ่อนรายละเอียดสำคัญ” ที่ตัวเลขในแต่ละงบบอกไม่หมด และเป็นบริเวณที่นักลงทุนมักจะมองข้าม ทั้งที่มันคือเหมืองทองของการจับพิรุธและประเมินความเสี่ยง นี่คือจุดสำคัญในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่นักลงทุนต้อง “ระวังและอ่านให้ละเอียด” โดยจะแสดงถึงรายการที่สำคัญ ๆ ดังจะสรุปได้ดังนี้
• 1. นโยบายการบัญชีที่สำคัญ (Significant Accounting Policies)
หมวดนี้จะบอกว่าบริษัทใช้เกณฑ์อะไรในการวัดมูลค่าและรับรู้รายได้-ค่าใช้จ่าย สิ่งที่ต้องระวังคือ “การเลือกใช้นโยบายที่เอื้อให้ตกแต่งตัวเลขได้ง่าย” ต้องดูว่า มีการเปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้ไหม เปลี่ยนอายุค่าเสื่อมหรือไม่ มีการกลับรายการด้อยค่าไหม หรือมีการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินใหม่ เพราะบางครั้งกำไรโตเพราะ “เทคนิคบัญชี” ไม่ใช่ธุรกิจดีขึ้นจริง
• 2. รายการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน (Related Party Transactions)
จุดนี้คือช่องทางหลักในการ “ผันเงินออก” หรือ “แต่งงบ” ระหว่างบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องอ่านละเอียดมาก เช่น มีรายการซื้อขายอะไรกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน มีรายการกู้ยืม กู้ยืมระหว่างกัน มีรายการ ค่าบริการ ค่าบริหารจัดการ ค่าที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายแก่บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน มีรายการซื้อขายทรัพย์สินบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน หรือมีการค้ำประกันให้กันและกัน
สิ่งที่ต้องระวังคือ มีรายการที่ราคาไม่เป็นธรรม / การโยกกำไร / siphon assets / เอื้อประโยชน์กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ เกิดขึ้นหรือไม่ เพียงใด
• 3. รายละเอียดประกอบรายการในงบการเงิน
ปกติมาตรฐานการบัญชีจะบังคับว่า รายการในงบการเงินที่แสดงเป็นยอดรวมนั้น ต้องเปิดเผยข้อมูลขั้นต่ำเกี่ยวกับรายการนั้น ๆ อย่างไรในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ดังนั้นจึงมีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งมักจะมีรายละเอียดประกอบ เพื่อให้นักลงทุนนำข้อมูลไปใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์เพิ่มเติม ขอยกตัวอย่างรายการที่สำคัญเช่น
ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ (Trade Receivables) ตัวเลขลูกหนี้ในงบดุลอาจดูดี แต่ต้องมาดูไส้ในที่หมายเหตุว่า “ลูกหนี้มีคุณภาพแค่ไหน” เช่น การจัดชั้นอายุหนี้ (Aging Analysis) ต้องสังเกตว่ามีลูกหนี้ที่ค้างชำระเกินกำหนด เป็นสัดส่วนที่สูงหรือไม่
การตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ต้องดูว่าบริษัทตั้งสำรองหนี้สูงเพียงพอและสมเหตุสมผลไหมเมื่อเทียบกับสัดส่วนหนี้ที่ค้างชำระนาน ๆ ถ้าหนี้เสียพุ่งแต่ตั้งสำรองเท่าเดิม แสดงว่าบริษัทกำลัง “ซ่อนค่าใช้จ่าย” เพื่อรักษาตัวเลขกำไรก็ได้
สัญญาณที่พบบ่อยก่อนเกิดปัญหา เช่น รายได้โตเร็วมาก แต่เงินสดไม่เข้า ลูกหนี้พุ่งสูง อาจหมายถึงว่าขายได้แต่เก็บเงินจริงไม่ได้ หรือทำยอดขายปลายงวด หรือรายได้อาจไม่มีคุณภาพดี
สินค้าคงเหลือ (Inventories) สินค้าคงเหลือที่มากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะอาจเป็นสินค้าตกรุ่น เสื่อมสภาพ หรือขายไม่ออก ซึ่งตามหลักบัญชีต้องมีการลดมูลค่าสินค้าให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value - NRV) แล้ว หากมูลค่าที่ได้รับต่ำกว่าราคาทุน เพราะหลักบัญชีบอกว่ารายการสินค้าคงเหลือต้องแสดงในราคาทุน หรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ตัวไหนจะต่ำกว่า ดังนั้นหากมีการปกปิดโดยไม่มีการตั้งเผื่อเพื่อไม่อยากให้เกิดผลขาดทุน กำไรหายไป และผู้สอบบัญชีตรวจไม่พบ การอ่านหมายเหตุก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้ ยกเว้นต้องสังเกตติดตามอย่างต่อเนื่อง ดูความสัมพันธ์กับยอดขาย ต้นทุน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ราคาทุนของสินค้าคงเหลือ สามารถใช้ได้หลายวิธี เช่น ราคาเข้าก่อนออกก่อน หรือถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก หรือเฉพาะเจาะจง ดังนั้นสมมติว่า กิจการประเภทเดียวกัน สินค้าแบบเดียวกัน หากตีราคาทุนสินค้าต่างกัน ก็จะมีผลให้ต้นทุนสินค้าที่ขายไม่เท่ากันได้
นอกจากนี้สินค้าคงเหลือที่สูงผิดปกติ ทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของการที่ขายไม่ได้ หรือสินค้าตกรุ่น หรือต้องตัดด้อยค่าในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องระวัง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น อสังหา หรืออาหารที่เน่าเสียง่าย เป็นต้น
วิธีการคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation Methods) วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาที่แตกต่างกัน ก็อาจทำให้จำนวนเงินค่าเสื่อมราคาในงบกำไรขาดทุนสูง หรือ ต่ำไม่เท่ากันได้ ดังนั้นหากเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการแม้ว่าจะเหมือนกันทุกอย่างแต่หากวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาไม่เหมือนกัน ก็อาจเกิดกำไรขาดทุนที่ต่างกันได้ ในหมายเหตุประกอบงบมีการบอกถึงวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาของอาคาร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เห็นว่าใช้วิธีใด เช่น ตัดเป็นเส้นตรงกี่ปี หรือคิดตามยอดที่ลดลง เป็นต้น จำนวนปีที่ตัดค่าเสื่อมราคาที่ต่างกัน ก็ทำให้เกิดยอดค่าเสื่อมราคาที่เป้นค่าใช้จ่าย แตกต่างกัน
• 4. หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นและภาระผูกพัน (Contingent Liabilities & Commitments)
นี่คือ “ระเบิดเวลา” ที่ยังไม่ถูกบันทึกเป็นหนี้สินในงบการเงินหลัก แต่จะอยู่ในรูปของข้อความที่เตือนภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น คดีความที่ถูกฟ้องร้อง ต้องดูว่าบริษัทกำลังถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และที่ปรึกษากฎหมายประเมินโอกาสแพ้คดีไว้อย่างไร
กรณีกาารค้ำประกันหนี้สิน บริษัทมีการไปค้ำประกันวงเงินกู้ให้บริษัทอื่นหรือบริษัทร่วมหรือไม่ ถ้าบริษัทเหล่านั้นเบี้ยวหนี้ บริษัทที่เราลงทุนจะต้องรับผิดชอบแทนทันที
มีภาระผูกพันตามสัญญาอย่างไร เช่น สัญญาเช่าระยะยาว หรือข้อตกลงที่จะต้องจ่ายเงินลงทุนในโครงการใหญ่ ๆ ในอนาคต ซึ่งจะกระทบต่อกระแสเงินสดในมือ
สำหรับคดีความต่าง ๆ ที่มักพบเห็น เช่น คดีภาษี /คดีแรงงาน/คดีสิ่งแวดล้อม/คดีทุจริต ซึ่งคดีเหล่านี้ถ้ามูลค่าสูง เมื่อเทียบทุนบริษัท ยิ่งต้องระวัง เพราะถึงแม้ยังไม่แพ้คดี แต่ก็มีความเสี่ยงใหญ่รออยู่ในอนาคต
• 5. เหตุการณ์ภายหลังรอบระยะเวลารายงาน (Events After the Reporting Period) หรือ Subsequent Events
หมายเหตุข้อนี้จะบอกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น “หลังจากวันปิดงบแต่ก่อนวันที่ผู้สอบบัญชีจะเซ็นรับรอง” ซึ่งอาจพลิกสถานการณ์ของบริษัทได้เลย เช่น ลูกหนี้รายใหญ่ล้มละลายหลังวันปิดงบทำให้หนี้กลายเป็นหนี้สูญทันที หรือกรณีเกิดไฟไหม้โรงงานครั้งใหญ่หลังปิดงบ หรือมีการประกาศจ่ายเงินปันผล หรือการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ รวมไปถึงกรณีเกิดการผิดนัดชำระหนี้ หรือเกิดคดีฟ้องร้องใหม่
• 6. การดำเนินงานต่อเนื่อง Going Concern
เป็นข้อสงสัยเรื่องการดำเนินงานต่อเนื่องของธุรกิจ ว่าอาจจะเกิดการหยุดชะงัก หรือเกิดความเสี่ยงในการดำเนินงานต่อไปได้ นี่คือหมายเหตุที่นักลงทุนต้องอ่านทุกคำ ถ้าหมายเหตุเขียนประมาณว่า “มีความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญที่อาจทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง” แปลว่า บริษัทอาจมีปัญหา เช่น เงินสดไม่พอ หรือขาดทุนต่อเนื่อง หรือผิดนัดชำระหนี้ หรือธนาคารอาจไม่ต่อวงเงิน เป็นต้น แบบนี้แม้จะมีกำไร ก็ยังเกิดความเสี่ยงได้
• 7. เงินกู้ใกล้ผิดนัด / Covenant Risk
หมายเหตุเกี่ยวกับเงินกู้สำคัญมาก แม้ยังไม่ผิดนัดจริง ก็อาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้น ต้องดูว่า มีการผิด covenant หรือยัง ถ้าผิดธนาคารอาจเรียกหนี้คืนทันที หรือว่ามีกรณี D/E เกินกำหนดไหม รวมทั้งมีกรณี EBITDA ต่ำกว่าที่ธนาคารกำหนดไหม
ที่กล่าวมานี้เป็นรายการสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ยังมีรายการอื่น ๆ อีกมากมายในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ที่ผู้อ่านงบมักจะมองข้ามไป แต่แท้จริงแล้ว ทุกหมายเหตุมีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ ตีความให้แตก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขที่แสดงอยู่ในงบการเงิน หรือแม้แต่เป็นเรื่องที่ไม่ได้แสดงอยู่ตรงไหนในงบการเงินเลย แต่มีการบอกเล่าไว้อยู่ในหมายเหตุประกอบงบการเงินนี้
ดังนั้นนักลงทุนจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจในหมายเหตุประกอบงบการเงินในการวิเคราะห์งบการเงินของกิจการเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำมากขึ้น
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจากบทความของ พรรณี วรวุฒิจงสถิต ในวารสาร TIA เดือนพฤษภาคม 2569
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :https://www.thaiinvestors.com/wp-content/uploads/2026/06/TIA128.pdf

📌 TSD ยกระดับความปลอดภัย ดูแลผู้ลงทุนข้อแนะนำสำหรับผู้ลงทุน "4 ไม่ 4 ทำ เพื่อความอุ่นใจ" จาก TSD
04/08/2026

📌 TSD ยกระดับความปลอดภัย ดูแลผู้ลงทุน

ข้อแนะนำสำหรับผู้ลงทุน "4 ไม่ 4 ทำ เพื่อความอุ่นใจ" จาก TSD

“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากเงินไหลเข้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยฉุดคื...
04/08/2026

“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”
นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากเงินไหลเข้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ปัจจัยฉุดคือ ความขัดแย้งระหว่างประเทศและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน”
📌 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ตุลาคม 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 146.72
📌 หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร (BANK)
📌 หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)

ที่อยู่

93 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6620099484

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย:

ทางลัด

แชร์