FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, บริการทางการเงิน, 93 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ .

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย ปัจจุบันมีสมาชิก 7 องค์กร ประกอบด้วย
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ : ASCO
สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย : TLCA
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน : AIMC
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน : IAA
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย : TIA
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย : ThaiBMA
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : SET

📌 ขอเชิญผู้ลงทุนร่วมตอบแบบสอบถาม แชร์มุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ... ในอีก 3 เดือนข้างหน้า  ➡ https://www.surveymonkey.co...
20/04/2026

📌 ขอเชิญผู้ลงทุนร่วมตอบแบบสอบถาม แชร์มุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ... ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ➡ https://www.surveymonkey.com/r/fetco
🔍สำหรับการจัดทำ Fetco Investor Confidence Index จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)​ รอบการสำรวจเดือนเมษายน 2569 สะท้อนภาพรวมของตลาดทุนและเศรษฐกิจโดยรวม 📉📈

IPO ไม่ใช่แค่การนำหุ้นเข้าตลาด แต่สามารถสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและศักยภาพของอุตสาหกรรมได้ หลังจากเผชิญภาวะชะลอตัวในช่วง 3 ป...
16/04/2026

IPO ไม่ใช่แค่การนำหุ้นเข้าตลาด แต่สามารถสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและศักยภาพของอุตสาหกรรมได้ หลังจากเผชิญภาวะชะลอตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดรายงาน Global IPO Trends ชี้ชัดว่าตลาดโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะในฮ่องกงและสหรัฐฯ
สำหรับ ภูมิภาคอาเซียน แม้จำนวนการเสนอขายจะลดลง แต่ "มูลค่าการระดมทุน" กลับพุ่งสูงถึง 76% นำโดยสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางภูมิภาค มาเลเซียที่โดดเด่นเรื่อง SMEs และอินโดนีเซียที่แข็งแกร่งในกลุ่มพลังงาน
แล้ว "ตลาดหุ้นไทย" อยู่ตรงจุดไหน? แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากตัวเลข GDP แต่ไทยยังคงมีสัญญาณบวกจากบริษัทที่จ่อคิวเข้าจดทะเบียน ผสานกับแรงผลักดันจากภาครัฐและ ก.ล.ต. ผ่านโครงการเชิงรุกอย่าง "BOI to IPO" เพื่อดึงกลุ่ม New Economy เข้ามาเติมสีสัน รวมถึงมาตรการยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียนที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
ชวนมาส่องเทรนด์การ IPO ของโลกและอาเซียน ท่ามกลางความผันผวนของโลกไปพร้อมกันใน Infographic นี้เลย
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจากบทความของ ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2569/240369.pdf

Quantum Riskบททดสอบการรักษาความลับที่ต้องแข่งกับเวลาเมื่อปลายปีที่แล้ว ก.ล.ต. ได้ชวนท่านผู้อ่านเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “...
14/04/2026

Quantum Riskบททดสอบการรักษาความลับที่ต้องแข่งกับเวลา
เมื่อปลายปีที่แล้ว ก.ล.ต. ได้ชวนท่านผู้อ่านเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “Quantum Risk” หรือภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมกันไปแล้ว และเราได้ทิ้งท้ายความสำคัญของการมีแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับคลื่นลูกใหญ่นี้ได้อย่างสมดุล ในฉบับนี้เราจะมาเจาะลึกกันต่อว่าทำไมเราต้องรีบจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน และ “เวลา” เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านอย่างไร
ัจจุบันบรรยากาศของโลกตลาดทุนให้ความสำคัญกับคำว่า ความไว้วางใจ หรือ “Trust” มากกว่ายุคไหน ๆ และสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจได้ก็คือ “การรักษาความลับ” ในการดำเนินธุรกิจให้มีความปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุน/ประชาชนมีความเชื่อถือ เชื่อมั่น และไว้วางใจในการใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน โดยสิ่งเหล่านี้จะส่งเสริมให้ภาคตลาดทุนเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ในฐานะผู้ดูแลตลาดทุน ก.ล.ต. อยากใช้โอกาสนี้ ชวนทุกท่านกลับมาสำรวจ “สุขภาพความปลอดภัย” หรือที่รู้จักกันในชื่อเป็นทางการว่า ความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ขององค์กรอีกครั้งว่าในขณะที่เรากำลังวิ่งไปข้างหน้า เราได้เตรียม “รากฐาน” ให้แข็งแรงพอที่จะรองรับอนาคตแล้วหรือยัง?
หลายท่านอาจสงสัยว่า “คอมพิวเตอร์ควอนตัมยังมาไม่ถึง แล้วทำไมเราต้องรีบร้อน?” คำตอบซ่อนอยู่ในแนวคิดที่น่ากังวลอย่าง Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) หรือ Store Now, Decrypt Later (SNDL) ซึ่งเปรียบเสมือนการที่ผู้ไม่หวังดีกำลังแอบเก็บข้อมูลที่ท่านเข้ารหัสใส่กล่องไว้ในวันนี้ เพื่อรอเวลาที่กุญแจผี (คอมพิวเตอร์ควอนตัม) จะถูกสร้างสำเร็จ และนำกุญแจนั้นมาไขอ่านความลับได้ในที่สุด
ลองจินตนาการดูว่า หากข้อมูลชีวมิติ (สแกนหน้า/ลายนิ้วมือ) ข้อมูลยืนยันตัวตนของลูกค้า (KYC) สัญญาธุรกิจระยะยาว ข้อมูลการทำ Due Diligence กับลูกค้า หรือข้อมูลพอร์ตการลงทุนของ Private Fund ที่มีอายุ 10 ปี ที่ท่านดูแลอยู่ ถูกขโมยไปในวันนี้ และถูกเปิดอ่านได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า... ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่เรื่องของค่าปรับทางกฎหมาย แต่คือ ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้า ที่จะพังทลายลง ในวันที่ความลับไม่เป็นความลับอีกต่อไป
เพราะสมการความเชื่อมั่นนั้นเรียบง่าย หาก “ความลับ” รั่วไหล “Trust” ย่อมพังทลาย และเมื่อ Trust หายไปการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ แล้วเราจะสามารถประเมินว่า องค์กรของเรามีความเสี่ยงจาก Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) หรือ
Store Now, Decrypt Later (SNDL) หรือไม่
การรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน คือก้าวแรกของการสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญ เหมือนการเดินสำรวจบ้านเพื่อดูว่ากลอนประตูหน้าต่างแต่ละบานเป็นแบบไหน เก่าหรือใหม่ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนหรือยัง แล้วตอนนี้มีกุญแจอยู่ที่ใครบ้าง รวมถึงในบ้านของเรามีทรัพย์สินอะไรที่สำคัญหรือต้องดูแลบ้างเก็บไว้ในห้องที่ล็อกดีแล้วรึเปล่า ซึ่งในโลกดิจิทัลก็เช่นกัน ช่วงไตรมาสแรกของปีเป็นช่วงที่องค์กรจะทบทวน/ประเมินความเสี่ยงด้านไอที (IT Risk Assessment) นี่จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มสำรวจดูว่า
• คณะกรรมการบริษัทได้เริ่มพูดคุย ประเมินความเสี่ยงภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมบ้างแล้วหรือยัง
• ระบบสำคัญ ๆ ของเราใช้อัลกอริทึมอะไรล็อกกุญแจอยู่ เช่น RSA, ECC หรือ AES และอัลกอริทึมเหล่านั้นจะ
ป้องกันภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Safe Cryptography) ได้หรือไม่
• มีกุญแจดอกไหนบ้างที่ถูกฝังอยู่ในโปรแกรม (Hard-coded) ทำให้เปลี่ยนได้ยาก
• ข้อมูลสำคัญชุดไหนบ้างที่มีระยะเวลาที่ข้อมูลต้องเก็บรักษาเป็นความลับ (Security Shelf-Life) ยาวนานเกิน 5 ปี
• ข้อมูลต่าง ๆ ถูกจัดสรรและแบ่งประเภทตามระดับความสำคัญ ครบถ้วนแล้วหรือไม่
• ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องด้านความเสี่ยง หรือด้านเทคโนโลยี ภายในองค์กรได้มีการศึกษา หรือตระหนักถึงความเสี่ยงของคอมพิวเตอร์ควอนตัมบ้างแล้วหรือยัง
หากคำตอบจากคำถามข้างต้น คือ “ไม่รู้” “ไม่ทราบ” “ไม่แน่ใจ” ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่พอจะบอกได้แล้วว่า องค์กรยังไม่มีความพร้อม และจำเป็นจะต้องเตรียมการ หรือหารือเรื่องนี้ภายในกันอย่างจริงจัง
ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Building Trust, Powering Growth” ของ ก.ล.ต. ปี 2569-2571 เราเชื่อมั่นว่า “ความปลอดภัย” คือรากฐานสำคัญและไม่ใช่ภาระที่เป็นต้นทุน แต่เป็น “สินทรัพย์” ที่มีค่าที่สุด ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านผู้ที่ตระหนักรู้และเริ่มขยับตัวก่อน ไม่เพียงแต่จะปกป้องตนเองจากภัยคุกคามในอนาคต แต่ท่านกำลังส่งสัญญาณบอกผู้ใช้บริการของท่าน หรือผู้มีส่วนได้เสีย ว่า “เราใส่ใจและพร้อมดูแลทรัพย์สินหรือข้อมูลของท่านในทุกสถานการณ์”นอกจากนี้ การมีระบบ Cyber Resilience ที่พร้อมรับมือควอนตัม คือ หนึ่งใน “เครื่องหมายแห่งความเชื่อมั่น”ที่สะท้อนถึงความตั้งใจจริงขององค์กร
ยิ่งปล่อย (เวลา) ยิ่งเสี่ยง (ภัย) เริ่มใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ผลดีต่อ Trust ขององค์กรและตลาดทุน
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจากบทความของ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2569/200269.pdf

ปลดล็อก “ต้นทุนที่มองไม่เห็น”: เมื่อค่าธรรมเนียมกองทุนรวมต้องโปร่งใส และการแข่งขันวัดกันที่คุณภาพเคยไหมคะ? เปิดดูพอร์ตกอ...
12/04/2026

ปลดล็อก “ต้นทุนที่มองไม่เห็น”: เมื่อค่าธรรมเนียมกองทุนรวมต้องโปร่งใส และการแข่งขันวัดกันที่คุณภาพ
เคยไหมคะ? เปิดดูพอร์ตกองทุนรวมแล้วเห็นผลตอบแทนดูดีน่าชื่นใจ แต่เมื่อคำนวณมูลค่าเงินที่ได้รับจริง กลับรู้สึกว่า “ผลตอบแทนไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง” ถ้าคุณเคยมีคำถามนี้ในใจ ดิฉันบอกได้เลยค่ะว่าคุณไม่ได้คิดไปเอง และคำตอบมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ค่าธรรมเนียม” ค่ะ
ค่าธรรมเนียมกองทุนรวมเป็นต้นทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและการให้บริการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. อย่างไรก็ดี จากการติดตามแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ก.ล.ต. พบว่าค่าธรรมเนียมบางประเภทอาจมีโครงสร้าง หรือรูปแบบการเปิดเผยที่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงได้ไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้น จึงอาจถูกมองว่าเป็น “ต้นทุนที่มอง ไม่เห็น” ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขเพียงเล็กน้อยในแต่ละปี แต่เมื่อสะสมในระยะยาว เช่น 10–20 ปี ก็อาจส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิของผู้ลงทุนได้อย่างคาดไม่ถึง
ประเด็นสำคัญหนึ่ง คือ ในบางครั้งผู้ลงทุนไม่รู้ว่าตนเองจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเท่าใด เพราะการกำหนดอัตรา management fee ในบางกองทุนถูกระบุไว้เป็น “เพดานสูงสุด” ในโครงการจัดการลงทุน โดยอัตราที่เรียกเก็บจริงอาจมีการปรับเปลี่ยนภายใต้เพดานดังกล่าวตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ แม้แนวปฏิบัตินี้จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม แต่อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนประเมินต้นทุนระยะยาวและการวางแผนลงทุนทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะหากการสื่อสารยังไม่ชัดเจนเพียงพอ
ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่สามารถประเมินได้ง่ายว่า ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปสอดคล้องกับบริการหรือผลการบริหารจัดการมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในกรณีของค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงาน (performance fee) ที่ในบางกรณีอาจถูกรวมอยู่ใน management fee ซึ่งแตกต่างจากแนวปฏิบัติในหลายประเทศที่มีการแยกและเปิดเผยเงื่อนไขอย่างชัดเจน เพื่อสะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการของ บลจ. ได้อย่างโปร่งใส
ในทำนองเดียวกัน การแบ่งจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการให้กับตัวแทนขายหน่วยลงทุน (selling agent) หรือ trailer fee ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ เพราะเป็นต้นทุนที่ผู้ลงทุนรับภาระทางอ้อม การเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนเข้าใจถึงลักษณะ บริการและบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในกองทุนรวมโดยรวม
แม้ค่าธรรมเนียมจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการดำเนินธุรกิจกองทุนรวม เพราะผู้ประกอบธุรกิจเองก็มีต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบงาน และบุคลากร แต่ค่าธรรมเนียมดังกล่าวควรมีความเหมาะสม โปร่งใส และสะท้อนคุณค่าของบริการที่ผู้ลงทุนได้รับอย่างแท้จริง
ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านการคำนวณและการเปิดเผยค่าธรรมเนียมกองทุนรวม ภายใต้แนวคิด “Fee for Reasons” ซึ่งสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองผู้ลงทุนจากต้นทุนที่ไม่จำเป็น (undue costs protection) ตามมาตรฐานสากล โดยมุ่งหวังให้ทุกบาททุกสตางค์ที่ผู้ลงทุนจ่ายไปมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเกณฑ์นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569
หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ให้ความสำคัญกับการกำหนดอัตรา management fee ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น หากมีเงื่อนไขในการปรับเปลี่ยน จะต้องมีความโปร่งใส มีเหตุผลรองรับ และแจ้งล่วงหน้าด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาและตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน
สำหรับ performance fee จะสามารถเรียกเก็บได้ในกรณีกองทุนรวมที่ใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรุก โดยต้องเปิดเผยวิธีการคำนวณอย่างชัดเจน เป็นธรรม และสะท้อนฝีมือการบริหารจัดการอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการเสนอขายหน่วยลงทุน (sales conduct) ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ในส่วนของ trailer fee ก.ล.ต. ไม่ได้ห้ามการเรียกเก็บ แต่เน้นย้ำให้การกำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าวอย่างมีความรับผิดชอบตามหลัก fiduciary duties สอดคล้องกับบริการที่ผู้ลงทุนได้รับ มีการเปิดเผยข้อมูลครบถ้วน และมีการบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) อย่างเหมาะสม
เป้าหมายของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบธุรกิจ แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนกับความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมกองทุนรวมขยับไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพ บริการ และความเชี่ยวชาญ” มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ใน Fund Factsheet ซึ่งปัจจุบัน บลจ. ต่างๆ กำลังทยอยอัปเดตข้อมูลตามเกณฑ์ใหม่นี้เพื่อให้คุณเห็นภาพต้นทุนได้ชัดเจนที่สุดค่ะ
สุดท้ายนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าเมื่อโครงสร้างค่าธรรมเนียมมีความโปร่งใส สนามแข่งขันของ บลจ. จะขยับไปสู่การวัดกันที่ “คุณภาพและฝีมือ” อย่างแท้จริง และผลประโยชน์สูงสุดก็จะตกอยู่กับตัวผู้ลงทุนเองที่จะสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้เงินออมที่ท่านตั้งใจสะสมมาทั้งชีวิต สามารถงอกเงยและออกดอกออกผลได้อย่างเต็มศักยภาพตามที่ตั้งใจไว้ค่ะ
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจากบทความของ อาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ :https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2569/210269.pdf

“แผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของ AIMC คือการมุ่งผลักดันนักลงทุนสถาบันเป็นเสาหลักตลาดทุนไทย พร้อมขยายฐานผู้ลงทุนไทยเพิ่มขึ้นจากไม่ถ...
11/04/2026

“แผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของ AIMC คือการมุ่งผลักดันนักลงทุนสถาบันเป็นเสาหลักตลาดทุนไทย พร้อมขยายฐานผู้ลงทุนไทยเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3 ล้านคน สู่ 5-6 ล้านคน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ระบบเศรษฐกิจสอดรับกับเป้าหมายในอนาคต”
โดย พจน์ หะริณสุต นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
=================
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

อ่านเนื้อหาต้นฉบับ : https://mgronline.com/mutualfund/detail/9690000030211

📌 ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FETCO ชวนติดตามรับชมย้อนหลังและร่วมแชร์ เพื่อให้เรารอดไปด้วยกัน•🟠 Special Interview: รู้เพื่อรอดคร...
10/04/2026

📌 ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FETCO ชวนติดตามรับชมย้อนหลัง
และร่วมแชร์ เพื่อให้เรารอดไปด้วยกัน

🟠 Special Interview: รู้เพื่อรอด
ครบ 1 ปี SET Zooom in และก้าวสู่ปีที่ 52 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

👉🏻 EP.1 ศิลปะเอาตัวรอดด้านการลงทุน ท่ามกลางสนามรบและความไม่แน่นอน

พูดคุยกับ ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
โดย MJ บอย เฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการ

🛎️ รับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube: SET Zooom in

ศิลปะเอาตัวรอดด้านการลงทุน ท่ามกลางสนามรบและความไม่แน่นอน | Special Interview: รู้เพื่อรอด EP1 [10/4/26] ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ...

📌 เที่ยงนี้ (ศ. 10 เม.ย. 69) ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FETCO ชวนติดตามรับชม Live สด และร่วมแชร์ เพื่อให้เรารอดไปด้วยกัน•🟠 Spec...
10/04/2026

📌 เที่ยงนี้ (ศ. 10 เม.ย. 69) ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FETCO ชวนติดตามรับชม Live สด และร่วมแชร์ เพื่อให้เรารอดไปด้วยกัน

🟠 Special Interview: รู้เพื่อรอด
ครบ 1 ปี SET Zooom in และก้าวสู่ปีที่ 52 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

👉🏻 EP.1 ศิลปะเอาตัวรอดด้านการลงทุน ท่ามกลางสนามรบและความไม่แน่นอน

พูดคุยกับ ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
โดย MJ บอย เฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการ

🛎️ รับชมสดเที่ยงตรงได้ทาง YouTube: SET Zooom in
Link ชมสด https://youtube.com/live/A8jwjMSFXfo
(Click แล้วกด 🔔 Notify me (แจ้งเตือนให้ฉันทราบ) เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลา Live)

ความหลากหลายไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารธุรกิจยุคใหม่ ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแ...
09/04/2026

ความหลากหลายไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งสำคัญในการบริหารธุรกิจยุคใหม่ ข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนไทยทั้ง 852 แห่ง เมื่อ "ผู้หญิง" ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในระดับบริหารมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สถิติสะท้อนว่า ปัจจุบันที่นั่งในบอร์ดบริหารกว่า 22.75% เป็นของผู้หญิง และเกือบ 88% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดมีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน ยิ่งไปกว่านั้น เรายังเห็นภาพผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด ทั้งในบทบาท "ประธานกรรมการ" และ "ผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร (CEO)" ในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับอดีต
การเพิ่มขึ้นของผู้นำหญิงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเปิดกว้างทางเพศ แต่ยังตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์และการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ของภาคธุรกิจไทย
ชวนมาดูสรุปว่าพลังของผู้หญิงกำลังมีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้นไทยมากแค่ไหน ติดตามรายละเอียดตัวเลขแบบเจาะลึกได้ใน Infographic นี้เลย
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจาก SET Note 4/2569 โดย สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ : https://media.set.or.th/common/research/1584.pdf?_gl=1*1gczdl2*_gcl_au*MjEwMjU3OTkzNi4xNzY4NzEyNzU2LjIxMjIxNjQ1NDMuMTc3NDQxNzA2OC4xNzc0NDE3MDY4*_ga*ODAyMjE1NjM2LjE3MjY2MzM0MzA.*_ga_ET2H60H2CB*czE3NzUwNDQ0NzkkbzI0OCRnMCR0MTc3NTA0NDQ4MiRqNTckbDAkaDA.

“สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนน้ำมันพุ่ง กระทบภาคท่องเที่ยวและสายการบินอย่างหนัก จนการฟื้นตัวอาจสะดุด ขณะที่ต้นทุนทางการเง...
08/04/2026

“สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนน้ำมันพุ่ง กระทบภาคท่องเที่ยวและสายการบินอย่างหนัก จนการฟื้นตัวอาจสะดุด ขณะที่ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงเพิ่มความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง”
โดย อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
=================
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

อ่านเนื้อหาต้นฉบับ : https://today.line.me/th/v3/article/aGyqZK3

ถึงแม้ว่าปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติจะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.61 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลตาม...
07/04/2026

ถึงแม้ว่าปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติจะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.61 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลตามทิศทางดัชนี SET ที่ปรับตัวลง แต่หากมองในแง่ของสัดส่วนเมื่อเทียบกับ Market Cap. รวมแล้ว กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 35.74% สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินต่างชาติไม่ได้หนีหายไปไหน
ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาณบวกยิ่งชัดเจนขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เมื่อมูลค่าการถือครองหุ้นของต่างชาติพุ่งทะยานทำ สถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 6.11 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37.11% ของตลาดรวม และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
และเมื่อเจาะลึกพฤติกรรมการลงทุน จะพบกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยต่างชาติเน้นการทำกำไรระยะสั้นผ่าน Local Shares และ NVDR สูงถึง 99.5% แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสัดส่วนการถือครอง Foreign Shares เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งเป็นตัวสะท้อนว่า ในระยะยาวตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นเป้าหมายที่ต่างชาติให้ความสนใจ
ชวนมาเจาะสถิติและทิศทางเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติแบบชัดๆ ผ่าน Infographic นี้กัน
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สรุปจาก SET Note 3/2569 โดย สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ่านเนื้อหาต้นฉบับ : https://media.set.or.th/common/research/1582.pdf?_gl=1*zyhgv2*_gcl_au*MjEwMjU3OTkzNi4xNzY4NzEyNzU2LjIxMjIxNjQ1NDMuMTc3NDQxNzA2OC4xNzc0NDE3MDY4*_ga*ODAyMjE1NjM2LjE3MjY2MzM0MzA.*_ga_ET2H60H2CB*czE3NzUwNDQ0NzkkbzI0OCRnMCR0MTc3NTA0NDQ3OSRqNjAkbDAkaDA.

“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศ-มาตรการเศรษฐกิ...
07/04/2026

“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”
นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างประเทศ-มาตรการเศรษฐกิจ
ปัจจัยฉุดคือสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน - ความขัดแย้งระหว่างประเทศ”

📌 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิถุนายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80-119) ที่ระดับ 93.07
📌 หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG)
📌 หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเงินทุนหลักทรัพย์ (FIN)

“ตลาดทุนไทยยังได้รับความสนใจจากต่างชาติ  เกิดปรากฏการณ์ Sector Rotation  นักลงทุนโยกย้ายเงินสู่ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาเซ...
05/04/2026

“ตลาดทุนไทยยังได้รับความสนใจจากต่างชาติ เกิดปรากฏการณ์ Sector Rotation นักลงทุนโยกย้ายเงินสู่ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาเซียน ตลาดหุ้นไทยมีความหลากหลาย ราคาหุ้นและปันผลจูงใจ เศรษฐกิจยังมีช่องว่างเติบโต หากนโยบายรัฐชัดเจนและต่อเนื่อง
โดย อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
=================
#สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

อ่านเนื้อหาต้นฉบับ : https://hoonsmart.com/archives/410222

ที่อยู่

93 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6620099484

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง FETCO : สภาธุรกิจตลาดทุนไทย:

แชร์