Yield&ANZ บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์

การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  การรักษาแรงขับเคลื่...
27/11/2022

การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ การรักษาแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐทั้งจากโครงการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญให้เศรษฐกิจในปี 2566 ขยายตัวได้
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รวมทั้งสิ้น 3.185 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้า 27 % โดยแบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 2,520,329.1 ล้านบาท ลดลง 0.6% จากปีก่อน และวงเงินรายจ่ายลงทุน 664,670.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากปีก่อน
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณางบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปี 2566 พบว่า มีวงเงินงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจรวมทั้งสิ้น 443,351
ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง วงเงิน 226,247 ล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัทมหาชนจำกัด
และบริษัทในเครือ 5 แห่ง วงเงิน 217,077 ล้านบาท และหากจำแนกตามสาขาการลงทุน พบว่ามีสัดส่วนงบลงทุนในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง
สาขาสาธารณูปการ และสาขาอื่นๆ 61% 24.5% 6% และ 8.5% ตามลำดับ
โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในโครงการสำคัญ จำนวน 65 โครงการ วงเงินรวม 141,063.37 ล้านบาท คิดเป็น 31.8% ของวงเงินงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
ทั้งนี้ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายสูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 ได้แก่ การลงทุนในสาขาขนส่ง (5 โครงกร) สาขาพลังงาน พาพาณิชย์และบริการ (1 โครงการ) และสาขาสาธารณูปการ (1 โครงการ)
โดยรวมคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายงบลง 83,945.12 ล้านบาท คิดเป็น 59.5% ของประมาณการเบิกจายงบลงทุนโครงการสำคัญรวมจำนวน 65 โครงการ
ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนภาครัฐสามารถขยายตัวและเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2566 และระยะต่อไป จึงควรให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการลงทุนที่ผูกพันสัญญาไว้แล้ว และเร่งดำเนินการโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติให้เบิกจ่ายลงทุนแล้วให้เป็นไปตามเป้าหมายโดยเร็ว
สำหรับโครงการลงทุนสำคัญ 10 อันดับแรกในปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้
1.โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) วงเงิน 1432,890 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 18,138.21 ล้านบาท
2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 91,974 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 10,646.56 ล้านบาท
3.โครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่าย ระยะที่ 2 วงเงิน 28,585.93 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 10,552.04 ล้านบาท
4.โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก วงเงิน 20,767.34 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 8,608.31ล้านบาท
5.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร – นครพนม วงเงิน 61,273.31 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน7,498.62 ล้านบาท
6.โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 พื้นที่โซน C วงเงินลงทุนรวม 17,343.86 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 6,129.02 ล้านบาท
7.แผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ 12 ปี 2560 – 2564 วงเงินลงทุนรวม 15493.84 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,863.73 ล้านบาท
8.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย - เชียงราย – เชียงของ วงเงินลงทุนรวม 76,368.66 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,752.88 ล้านบาท
9.โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักครั้งที่ 9 วงเงิน 28,142.5 ล้าานบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 54,559.68 ล้านบาท
และ 10 .โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 วงเงินลงทุนรวม 42,557.14ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,296.06 ล้านบาท

26/11/2022

รัฐสภารัสเซียเพิ่งผ่านร่างกฎหมายขยายการห้าม “โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับ LGBTQ” และจำกัดการ“นำเสนอ” พฤติกรรม LGBTQ ทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาแทบแสดงออกไม่ได้เลย ชวนให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมรัสเซียถึงต่อต้าน LGBTQ อย่างหนัก
กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียเห็นชอบเมื่อวันพฤหัสบดี (24 พ.ย.) ระบุว่า การกระทำหรือข้อมูลใดๆ ที่ถูกมองว่า เป็นความพยายามส่งเสริมการรักเพศเดียวกันไม่ว่าจะในที่สาธารณะ บนโลกออนไลน์ ในภาพยนตร์ หนังสือ หรือการโฆษณาจะเจอโทษปรับอย่างหนัก จากเดิมที่กฎหมายเคยห้ามแค่การโฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ ต่อเด็กเท่านั้น
อเล็กซานเดอร์ คินสทีน นักการเมืองรายหนึ่งที่ช่วยออกแบบร่างกฎหมายกล่าวเมื่อเดือนก่อน
“LGBTQ วันนี้เป็นส่วนประกอบของสงครามลูกผสม (ไฮบริดวอร์แฟร์) และในสงครามลูกผสมนี้เราต้องปกป้องคุณค่า สังคม และเด็กๆ ของเรา”
ทัศนคติของ ส.ส.รายนี้อาจบ่งบอกเบื้องหลังกฎหมายได้ระดับหนึ่ง แต่ในรัสเซียทัศนะของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน น่าจะบอกอะไรได้ชัดเจนกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2563 ปูตินเคยประกาศกร้าวว่า รัสเซียจะไม่ยอมให้การสมรสเพศเดียวกันถูกต้องตามกฎหมายตราบเท่าที่เขายังอยู่ในทำเนียบเครมลิน ทั้งยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้ความเป็นพ่อแม่แบบดั้งเดิมถูกล้มล้างโดยสิ่งที่เขาเรียกว่า “พ่อแม่หมายเลข 1” และ “พ่อแม่หมายเลข2”
“เรื่องพ่อแม่หมายเลข 1 กับพ่อแม่หมายเลข 2 นี้ ผมเคยพูดกับประชาชนไปแล้ว และจะขอพูดอีกครั้ง ตราบเท่าที่ผมยังเป็นประธานาธิบดี สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น จะมีแค่พ่อกับแม่เท่านั้น”
ตลอดเวลาที่อยู่ในอำนาจสองทศวรรษ ปูตินเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับศาสนจักรออร์โธดอกซ์ และพยายามนำรัสเซียออกห่างจากค่านิยมเสรีนิยมของตะวันตก รวมถึงทัศนคติต่อคนรักเพศเดียวกันและการเลื่อนไหลทางเพศ
ความคิดเห็นที่ไม่ยอมให้มีการสมรสเพศเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากปูตินเข้าพบกับคณะกรรมาธิการแห่งรัฐเพื่อหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ถึงปี 2567
จากนั้นไม่กี่เดือนต่อมาในวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค. หลังจากชาวรัสเซียลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ไปแล้ว ปูตินได้แสดงความคิดเห็นเยาะเย้ยที่สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกชักธงสีรุ้งฉลองวันชาติ กล่าวว่า เป็นการเปิดเผยถึงอะไรบางอย่างของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ

บอร์ด ’โออาร์’ ตั้ง 'ดิษทัต ปันยารชุน' นั่งตำแหน่ง CEO บริษัท รายงานข่าวจากบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) เ...
25/11/2022

บอร์ด ’โออาร์’ ตั้ง 'ดิษทัต ปันยารชุน' นั่งตำแหน่ง CEO บริษัท
รายงานข่าวจากบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นายวิศาล ชวลิตานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านศักยภาพองค์กร รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในการประชุมนัดพิเศษ คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2565
.
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2565 และ การประชุมครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2565 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ นายดิษทัต ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตามที่คณะกรรมการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้เสนอชื่อ และเห็นชอบการกำหนดค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์อื่น และร่างสัญญาจ้างผู้บริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท
.
โดยบัดนี้ กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วเห็นชอบค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์อื่น และร่างสัญญาจ้างผู้บริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ตามที่กล่าวมาแล้ว
บริษัทจะดำเนินการลงนามสัญญาจ้างผู้บริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท และดำเนินกระบวนการแต่งตั้ง นายดิษทัต ปันยารชุน ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทต่อไป

“เดอะ เบิร์จ บิงฮัตติ จาค็อป แอนด์ โค เรสซิเดนท์” เป็นตึกสูงปลายยอดคล้ายทรงมงกุฏ ถือเป็นอาคารพักอาศัยสูงในเมืองดูไบ สหรั...
24/11/2022

“เดอะ เบิร์จ บิงฮัตติ จาค็อป แอนด์ โค เรสซิเดนท์” เป็นตึกสูงปลายยอดคล้ายทรงมงกุฏ ถือเป็นอาคารพักอาศัยสูงในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่สูงสุดในโลก ราคาเริ่มต้นที่ 2.2 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 79 ล้านบาท แล้วภายในมีการตกแต่งฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง
เบิร์จ บิงฮัตติ จาค็อป แอนด์ เรสซิเดนท์ (The Burj Binghatti Jacob & Co Residences) เป็นเพนต์เฮาส์สุดหรู 3 หลังที่ตั้งชื่อตามนาฬิกา Jacob & Co.
เว็บไซต์อาราเบียน บิสซิเนส รายงานว่า ตึกสูงดังกล่าวสร้างสไตล์อพาร์ตเมนต์หรูหราแบบ 2 ห้องนอนบนตึกไฮเปอร์ทาวเวอร์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มีราคาอยู่ที่ 2.2 - 2.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 79 - 99 ล้านบาท)
อาคารนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจการเงินที่มีชื่อเสียงที่สุดของดูไบ ซึ่งมีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแบบ 2 ห้องนอนและ 3 ห้องนอนที่ตกแต่งอย่างราชา
แม้ปลายยอดตึกนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่เราต่างทราบดีว่า Central Park Tower ของนิวยอร์ก ซึ่งครองตำแหน่งตึกสูงอยู่ในปัจจุบัน มีความสูง 472.4 เมตร และหอคอยที่อยู่อาศัยที่สูงที่สุดในดูไบ Princess Tower อยู่ที่ 393 เมตร
ในการเปิดตัวไฮเปอร์ทาวเวอร์หลังดังกล่าว มีเพนต์เฮาส์ 3 แบบ ที่ตั้งชื่อตามนาฬิกา Jacob & Co ที่โด่งดังของโลก ได้แก่ เรียกว่า Fleurs Jardin Astronomia และ Billionaire
อพาร์ทเมนท์ชั้นบนสุดแบ่งเป็น 2 ห้องนอนที่เรียกว่า Sapphire Suite ซึ่งมีขนาด 2,000 ตารางฟุต และอพาร์ทเมนท์แบบ3 ห้องนอนที่เรียกว่า Emerald Suite ซึ่งมีขนาด 3,000 ตารางฟุต
ส่วนยูนิตที่แพงที่สุดคือ Billionaire Penthouse ซึ่งอยู่ในส่วนทรงมงกุฏของตึกนี้ จะมี 2 ชั้นพร้อมคุณสมบัติพิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องชมภาพยนตร์ เลานจ์สนุ๊กเกอร์ คอฟฟี่บาร์ ห้องเล่นเกม สระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ และอื่นๆ

บรรดาธนาคารชั้นนำโลกออกรายงานคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกว่าจะชะลอตัวลงอีกในปีหน้า เท่ากับฉายภาพความย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ...
23/11/2022

บรรดาธนาคารชั้นนำโลกออกรายงานคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกว่าจะชะลอตัวลงอีกในปีหน้า เท่ากับฉายภาพความย่ำแย่ทางเศรษฐกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูกันว่าพวกเขาคาดการณ์แนวโน้มว่าย่ำแย่อย่างไร
วาณิชธนกิจรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์ และเจพีมอร์แกน ต่างคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงอีกในปี 2566 หลังจากที่อ่อนแรงลงอย่างมากในปีนี้ เนื่องมาจากผลกระทบของสงครามในยูเครน รวมทั้งการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วที่สุดในช่วงที่ผ่านมา
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 3.75% ในปีนี้ นับตั้งแต่ที่เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมี.ค. ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้มีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม
สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รวบรวมการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก, เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจจีนของธนาคารชั้นนำต่างๆในปี 2566 ไว้ดังนี้ เริ่มจาก มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าไว้ที่ 2.20% เศรษฐกิจสหรัฐ ขยายตัว 0.50% และเศรษฐกิจจีน ขยายตัว 5%
ส่วนโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกโต 1.80% เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.1% และเศรษฐกิจจีน ขยายตัว 4.50%
ธนาคารบาร์เคลย์ส คาดการณ์เศรษฐกิจโลกขยายตัว 1.70% เศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจ-0.1% และเศรษฐกิจจีน ขยายตัว 3.80% ด้านเจพีมอร์แกน ไม่ระบุตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ - 1% ส่วนเศรษฐกิจจีนไม่ระบุ

ราคาทองวันนี้ล่าสุด 11 ส.ค. 65 เปิดตลาดเช้า ปรับลดทีเดียว 250 บาท"ราคาทองวันนี้" เปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี 11 ส.ค. ราคาปรั...
11/08/2022

ราคาทองวันนี้ล่าสุด 11 ส.ค. 65 เปิดตลาดเช้า ปรับลดทีเดียว 250 บาท
"ราคาทองวันนี้" เปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี 11 ส.ค. ราคาปรับลด 250 สำหรับราคา "ทองคำแท่ง" ขายออกบาทละ 29,950 บาท ส่วนราคา "ทองรูปพรรณ" ขายออกบาทละ 30,450 บาท

 #เงินบาท ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ล่าสุดแตะ 35.33 ต่อดอลลาร์ รอลุ้นผลประชุม กนง. และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันนี้ค่า เงินบาท เ...
10/08/2022

#เงินบาท ยังแข็งค่าต่อเนื่อง ล่าสุดแตะ 35.33 ต่อดอลลาร์ รอลุ้นผลประชุม กนง. และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันนี้

ค่า เงินบาท เปิดตลาดเช้าวันนี้ (10 สิงหาคม) ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องสู่ระดับ 35.33 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 35.45 บาทต่อดอลลาร์

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในวันนี้คือ ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดจะรับรู้ในช่วงเวลา 14.00 น. ส่วนในช่วงค่ำราว 19.30 น. ตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเงินเฟ้อทั่วไป CPI ของสหรัฐฯ

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงเกินกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย จะส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.75% และมองว่า กนง. จะส่งสัญญาณพร้อมทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อโดยที่ไม่ให้กระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ แม้เราจะมองว่า กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ แต่หาก กนง. กังวลแนวโน้มเงินเฟ้อมากขึ้น อาทิ เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางเร่งตัวขึ้น หรือการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยดีกว่าที่ กนง. คาดไว้ ก็มีโอกาสที่ กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง 3 ครั้ง สู่ระดับ 1.25% ในปีนี้ได้เช่นกัน ซึ่งต้องรอติดตามผลการประชุม กนง. และติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าเงินบาทอาจมีแนวโน้มผันผวนและแกว่งตัวในกรอบที่กว้าง เนื่องจากในวันนี้จะมีถึงสองเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดค่าเงิน ทั้งการประชุม กนง. และรายงานเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ โดยเรามองว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นได้ หากมีคณะกรรมการ กนง. บางส่วน อาทิ 3 เสียง โหวตสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% ทำให้ตลาดเริ่มกลับมามองว่า กนง. อาจเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดๆ ไปได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าว อาจเห็นแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารจากนักลงทุนต่างชาติ พร้อมกับโฟลวซื้อบอนด์ระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาทได้
อย่างไรก็ดี ในช่วงค่ำ เงินบาทก็อาจผันผวนและอ่อนค่าลงได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดยิ่งเชื่อว่า Fed อาจต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจนกว่าจะคุมปัญหาเงินเฟ้อได้

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.25-35.45 บาทต่อดอลลาร์

 #การวางแผนค่าใช้จ่ายจุดเริ่มต้นของการวางแผนทางการเงิน คือ การบริหารรายได้และรายจ่าย ถึงแม้ว่ารายได้มีมากเพียงใดแต่รายจ่...
08/08/2022

#การวางแผนค่าใช้จ่าย
จุดเริ่มต้นของการวางแผนทางการเงิน คือ การบริหารรายได้และรายจ่าย ถึงแม้ว่ารายได้มีมากเพียงใดแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเราก็ไม่เหลือเงินเก็บออมอยู่ดี จะทำอย่างไร เคล็ด(ไม่)ลับ คือ การจดบันทึกรายรับและรายจ่ายในแต่ละเดือนนั้นเอง จากนั้นลองหาดูว่ารายจ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นเราก็ค่อยลดลงโดยไม่กระทบกับชีวิตประจำวันของเราด้วยนะ และอีกหนึ่งเทคนิคก็คือการออมก่อนการใช้

#ความต้องการพื้นฐาน และการบริหารความเสี่ยง
การวางแผนทางการเงินขั้นพื้นฐานตามหลักของ Maslow เริ่มจากการจัดเตรียมเงินเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และมีประกันที่พอเพียง

#ตั้งเป้าหมายทางการเงิน
แต่ละคนล้วนวางแผนชีวิตโดยมีเป้าหมายความต้องการที่แตกต่างกันบางคนอยากมีรถ อยากมีบ้าน อยากแต่งงาน การเงินก็เช่นกันก็ต้องมีการวางแผนเพื่อช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในชีวิตที่วางไว้

 #มือใหม่ที่ลงทุนในระยะสั้นหรือรายวันที่ต้องรู้ปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นม...
07/08/2022

#มือใหม่ที่ลงทุนในระยะสั้นหรือรายวันที่ต้องรู้
ปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการซื้อขายหุ้นแบบระยะสั้นถึงสั้นมาก (Trading) ซึ่งอาศัยความผันผวนขึ้นลงของราคาหุ้นในช่วงสั้นๆ เป็นโอกาสในการแสวงหากำไร
แน่นอนว่า... การลงทุนแบบนี้มีโอกาสทำกำไรได้ดีกว่าและเร็วกว่าการลงทุนระยะยาว เพียงแค่ราคาหุ้นขยับเพิ่มขึ้นไปไม่กี่ช่องก็สามารถทำกำไรได้มากมาย แต่มองอีกด้านหนึ่งหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา นักลงทุนก็มีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสขาดทุนมากด้วยเช่นกัน
ก่อนการลงทุนแบบนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนจะต้องศึกษากฎ กติกา วางแผนการลงทุน และกลยุทธ์ต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ และนี่คือ... กลยุทธ์การลงทุนแบบรายวันฉบับมือใหม่
มีสติก่อนออกสตาร์ท
นักลงทุนต้องมีสติ ไม่ใช่อารมณ์ เพราะขณะที่จ้องหน้าจออยู่นั้น เชื่อเถอะว่า... “ความโลภ” และ “ความกลัว” จะเข้าครอบงำ หากจิตใจอ่อนแอ ตัดสินใจลงทุนตามจิตวิทยาตลาด ย่อมทำให้ท่านขาดทุน ดังนั้น จงมีสติ ควบคุมสมาธิให้อยู่ในเกมของเรา และลงทุนไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้
เลือกหุ้น
นักลงทุนที่เน้นซื้อขายระยะสั้นมักเลือกหุ้นที่จะเข้าไปลงทุนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ปริมาณการซื้อขายสูง และ พฤติกรรมของราคาหุ้นที่มีความผันผวนสูง ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่มีทั้งสองประการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในเวลาและราคาที่ต้องการ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวของราคาที่กว้างมากพอที่จะสร้างกำไรได้ในระหว่างวัน หรือนักลงทุนบางคนอาจสนใจหุ้นที่มีราคาต่ำ เพราะต้องการเห็นการปรับตัวของราคาขึ้นในอัตราสูงๆ
เลือกกลยุทธ์การลงทุน
การซื้อขายระยะสั้นต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆ ในการเทรดทั้งสิ้น เพราะหากปราศจากกลยุทธ์เหล่านี้ เราก็จะเทรดแบบสะเปะสะปะไม่มีการวางแผนใดๆ แทนที่จะกำไร อาจขาดทุนได้ง่ายๆ โดยมีกลยุทธ์อยู่หลากหลายแบบสำหรับการลงทุนระยะสั้นๆ

กฎเหล็กของการลงทุนในตลาดหุ้น1. อย่าซื้อขายตามข่าวลือเพราะบางครั้งคุณอาจเป็นคนสุดท้ายที่ทราบข้อมูล2. อย่าลงทุนในบริษัทที่...
05/08/2022

กฎเหล็กของการลงทุนในตลาดหุ้น
1. อย่าซื้อขายตามข่าวลือ
เพราะบางครั้งคุณอาจเป็นคนสุดท้ายที่ทราบข้อมูล
2. อย่าลงทุนในบริษัทที่คุณไม่เข้าใจ
Warren buffet มักพูดถึงเรื่อง Circle of competency คือ การลงทุนในบริษัทที่คุณรู้จัก คุ้นเคย คุณจะมีความได้เปรียบกว่า
3. อย่าสับสนระหว่างการลงทุนกับการเก็งกำไร
การเก็งกำไรดำเนินระยะสั้น การลงทุนนั้นมีระยะยาว ฉะนั้นควรเลือกหนทางที่คุณสบายใจ และเสี่ยงต่อการขาดทุนน้อยที่สุด
4. อย่าตกใจในวิกฤติระยะสั้น
ความผันผวนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลในเรื่องของการกระจายความเสี่ยง และการเลือกประเภทการลงทุนที่เหมาะสม จงอย่ากังวลกับความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น
5. หากคุณต้องการเงินสดในระยะสั้น อย่าเลือกลงทุนในหุ้น
การลงทุน "ระยะสั้น" มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสผิดพลาดได้มากกว่าการลงทุนใน "ระยะยาว"
6. อย่าตั้งความหวังสำหรับผลตอบแทนที่สูงเกินไป
ควรคาดหวังผลตอบแทนที่ "เหมาะสม" เพราะผลตอบแทนที่สูง ความเสี่ยงสูง high risk high return บางครั้งอาจเกิดปัจจัยอื่นๆแทรกแซง ส่งผลให้คาดเดาในผลตอบแทนได้ยาก
7. อย่าคาดเดาตลาด
การคาดเดาไม่อาจระบุความแม่นยำได้ แนวทางการลงทุนที่ดีที่สุด ควรแบ่งพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและพยายามลงทุนในระยะยาว
8. อย่าลงทุนโดยไม่มีแผน
ควรมีแผนการลงทุนและวินัยในการลงทุน เพราะมันจะเป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวคุณเอง
9. มีความรอบคอบ
ต้องมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อรวบรวมความกล้าในการตัดสินใจ และต้องไม่โลภหรือหละหลวม

อยากมีเงินปันผลใช้ในแต่ละเดือน ต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่ ที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงิน เรามาดูกัน
03/08/2022

อยากมีเงินปันผลใช้ในแต่ละเดือน ต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่ ที่สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงิน เรามาดูกัน

จับตาหุ้นโรงแรม ฟ้าหลังฝนรับอานิสงส์เปิดประเทศ ธุรกิจโรงแรมนับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับกระทบหนักจากการปิดประเทศและล...
30/07/2022

จับตาหุ้นโรงแรม ฟ้าหลังฝนรับอานิสงส์เปิดประเทศ

ธุรกิจโรงแรมนับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับกระทบหนักจากการปิดประเทศและล็อกดาวน์ตลอดช่วง 2 ปีที่เผชิญสถานการณ์โควิด-19 แต่หลังจากที่สถานการณ์การระบาดเริ่มคลี่คลาย จำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มมีจำนวนลดลง มีการเปิดประเทศมากขึ้นพร้อมการใช้มาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้ฟื้นตัวกลับมา จับตาหุ้นโรงแรมจะฟื้นตัวโดดเด่นแค่ไหน วันนี้ร่วมพูดคุยกับ “ธีระพล อุดมเวศย์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มานำเสนอ
ในช่วงไตรมาส 1 นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองไทยตัวเลขเฉลี่ยประมาณ 5,000 – 7,000 คนต่อวัน ถ้าตีเป็นเปอร์เซ็นต์ในการกลับมาจะอยู่ประมาณไม่ถึง 10% ดีก็อาจจะประมาณ 5-8% แถว ๆ นี้ นี่คือตัวเลขในช่วงไตรมาส 1 ที่กลับมา ถามว่าเพียงพอหรือยัง มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มโรงแรมในเมืองไทยกลับมามีกำไรได้ ตัวเลขอัตราการเข้าพักของเมืองไทย ถ้าดูคร่าว ๆ ช่วงไตรมาส 1 จะอยู่ที่ราว ๆ 30% บวกลบ ถ้าดูเป็นเลเวล EBITDA (กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย) อาจจะเป็นบวกได้ แต่ว่าตัว Bottom Line หรือ Net profit (กำไรสุทธิ) ก็คือยังขาดทุนอยู่ แต่อาจจะมีบางกลุ่มโรงแรมที่มีโรงแรมต่างประเทศหรือมีธุรกิจร้านอาหารตรงนั้นอาจมาช่วยได้บ้าง
ตั้งแต่ไตรมาส 2 ไปจนถึงสิ้นปีนี้ จะมีภาพรวมที่ดีกว่าในช่วง ไตรมาส 1 ถ้าเราดูที่เดือนเมษายนกับพฤษภาคม ตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเป็นหลักหมื่นคนแล้ว แล้วก็ถ้าเรามองตัวเลขคนที่มาลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ต่อวันก็น่าจะอยู่ประมาณ 20,000 คน ฉะนั้นเราจะเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรามองไปจนถึงสิ้นปีทางการท่องเที่ยวเขาก็มองว่าน่าจะสามารถทำได้เดือนล่ะประมาณ 1 ล้านคน พูดง่าย ๆ ว่าตั้งแต่ไตรมาส 1 ที่เห็นการฟื้นตัวไม่ถึง 10% จะปรับตัวขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงระดับ 30-40% ในช่วงสิ้นปีนี้ได้ถ้าเทียบกับ Pre-COVID
ทีนี้ถ้ามาดูอัตราการเข้าพักของกลุ่มโรงแรมในไทยตัวเลขเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะได้อยู่ราว ๆ 50% ถ้าเทียบกับไตรมาส 1 ที่เมื่อกี้เราคุยกันจะอยู่ที่ 30% จะเห็นว่าตัวเลขดีขึ้น ปกติไตรมาส 2 ไม่ใช่ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวเป็นโลว์ซีซั่นด้วย แต่ว่าตัวเลขก็ดีขึ้น เราก็คิดว่าในช่วงไตรมาส 3 ไตรมาส 4 โดยเฉพาะไตรมาส 4 จะเป็นไฮซีซั่นของเมืองไทยตัวเลขจะค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นเรื่อย ๆ

ที่อยู่

63 อาคารแอทธินี ชั้นที่ 8 ห้องเลขที่ 801-804 เขตปทุมวัน
กรุงเทพมหานคร
10330

เบอร์โทรศัพท์

+66952404290

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Yield&ANZผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์