07/08/2025
ส่องดีลภาษีทรัมป์ 10 ประเทศอาเซียน
🇺🇸🇺🇸🇺🇸
หลังจากการเจรจากับสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง ไทยได้รับการปรับอัตราภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) เหลือ 19% ลดลงจากอัตราก่อนหน้าที่ 36% ซึ่ง BOI มองว่าเป็นข่าวดีที่ส่งผลบวกต่อการลงทุน เพราะเป็นอัตราภาษีที่ทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวนมากให้ความเชื่อมั่นและพร้อมเดินหน้าลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากมองว่าไทยสามารถตอบโจทย์การลงทุนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และมีศักยภาพในการสร้างซัพพลายเชนสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
โดยไทยมีจุดแข็ง 5 ด้านสำคัญที่พร้อมรองรับคลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่
1️⃣มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ
2️⃣มีซัพพลายเชนที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์
3️⃣มีบุคลากรทักษะสูง
4️⃣มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ
5️⃣มีโอกาสในการเข้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ รวมถึงความตกลงการค้าระหว่างประเทศ (FTA) ที่ลงนามแล้ว 17 ฉบับกับ 24 ประเทศ
ขณะที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มองว่า อัตราภาษีดังกล่าวเป็นข่าวดี ซึ่งอยู่ในอัตราที่เกาะกลุ่มไปกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่ถึงแม้อัตราภาษี 19% จะช่วยลดความเสียเปรียบทางการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ แต่เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยังคงเดินหน้านโยบายการค้ารูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดเก็บภาษีต่อกลุ่มประเทศ BRICS การเก็บภาษีเฉพาะอุตสาหกรรม การควบคุมสินค้าส่งผ่าน (Transshipment) ตลอดจนนโยบายทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป