11/02/2019
เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๕๘
การเงินอีเล็คโทรนิคในจีน การตลาดแบบใหม่ในจีน การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีน การระดมทุนรูปแบบต่าง ๆ ในจีน
การพัฒนาทางอีคอมเมิร์ส ทำให้สามารถเสนอขายสินค้าผ่านทางแพล๊ตฟอร์มเช่นเถาเป่า ทีมอลล์ หรือเจดีได้ ทำให้เกิดการรับและจ่ายเงินผ่านบุคคลที่สามโดยจ่ายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือขึ้น ในขณะที่ลูกค้ามักจะเก็บเงินไว้ในบัญชีของระบบการจ่ายเงินบุคคลที่สามนี้ไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการซื้อครั้งต่อไป
เงินที่คนจำนวนร้อยล้านคนเก็บไว้ในบัญชีนี้จึงบังเกิดความสำคัญขึ้นมามากขึ้น ในเมื่อมีแพล๊ตฟอร์มการชำระเงินชื่อ “อาลีเพลย์” เริ่มทำการเสนอให้ลูกค้าฝากเงินไว้ในบัญชีมากขึ้น โดยที่ อาลีเพลย์ ซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นธนาคารที่จะรับฝากเงินได้ เสนอให้ดอกเบี้ยในอัตราประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์แก่บัญชีที่มียอดคงเหลืออยู่ในอาลีเพลย์ ในขณะที่เงินที่ฝากบัญชีออมทรัพย์ในจีนจะได้ดอกเบี้ยเพียง ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพียงเวลาไม่กี่วันนับตั้งแต่มีการให้ดอกเบี้ย ๖ เปอร์เซ็นต์นี้ เงินฝากจากระบบธนาคารจีนได้ย้ายไปอยู่ในอาลีเพลย์ถึง เก้าแสนล้านหยวน หรือเกือบ ๆ ๕ ล้าน ๆ บาท สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ระบบธนาคารไม่น้อย จนธนาคารชาติของจีนต้องออกกฎมา จำกัดการฝากเงินไว้ในอาลีเพลย์ได้เพียงไม่เกินบัญชีละ ๑๐,๐๐๐ หยวน และให้แต่ละบุคคลต้องใช้ชื่อจริงในการเปิดบัญชีอาลีเพลย์และเปิดได้เพียงคนละหนึ่งบัญชีเท่านั้น
ในประเทศจีน ซึ่งมีเงินออมมากมายนั้น ไม่ได้มีหนทางการลงทุนเพื่อรักษาค่าของเงิน หรือเพิ่อเพิ่มมูลค่าของเงินมากมาย ตลาดหุ้นนั้นก็ขึ้นลงกันแบบทำให้คนใจหายใจคว่ำมาหลายครั้งแล้ว บทจะขึ้น ดรรชนีตลาดหุ้นขึ้นไป จาก ๒,๕๐๐หยวน ไปติดเพดานที่ ๖,๗๐๐ หยวนภายในไม่เกี่เดือน และก็ตกกลับมาที่ระดับ ๒,๐๐๐ ภายในเวลาไม่นาน ดังนั้นนอกจากคนที่กล้าเสี่ยงลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว การลงทุนจึงทำได้เพียงการเล่นอัตราแลกเปลี่ี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออะไร ๆ ที่เป็นการขายฝันมากมาย ในจำนวนนี้ มีบางกลุ่มใช้หลักการของเอ็มแอลเอ็ม ขายการท่องเที่ยว ขายหุ้นการเล่นพนันบอลล์ หรือเพียงแต่ดึงคนมาลงคนแล้วกินหัวคิวแบบแชร์แม่ชม้อย
ในเรื่องเหลานี้ จะเห็นข่าวการปราบปรามมากมาย และรุนแรงทางสื่อเกือบทุกวัน แต่ความขาดโอกาส จึงยังทำให้คนตกเป็นเหยื่อตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น น.ส. วู อิงแห่งเมืองวุนโจว สามารถระดมทุนได้ถึงหลายพันล้านหยวน โดยเริ่มต้นจากวงญาตตัวเอง แล้วขยายไปยังคนอื่น ผลของการระดมทุนนอกระบบนี้ ทำให้วู อิง ถูกพิพากษาว่า มีความผิด ฐานทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนในระบบการเงิน ให้ลงโทษประหารชีวิต และให้รอการลงอาญาไว้ก่อน ๒ ปี แต่ก็น่าสนใจ ตรงที่ไม่นานหลังจากการพิพากษาวู อิง ทางรัฐบาลจีน ก็ไปทำการทดลองอนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทระดมทุนของเอกชนที่เมืองเดียวกัน คือเมืองเวินโจว มณฑลเจอะเจียง และสำหรับบริษัทระดมทุนที่เข้าเงื่อนไข ก็อนุญาตให้เปิดเป็นธนาคารเอกชนไปเลย
สืบเนื่องจากความสำเร็จของระบบการตลาดสมัยใหม่ แบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการออกแบบสินค้า ทำให้ “เสียวหมี่” ที่เริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ที่ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือ ที่ขายให้เฉพาะสมาชิกของกลุ่มเสียวหมี่เท่านั้น ได้เติบโตกลายเป็นกลุ่มผู้สนใจสินค้าโทรศัพท์มือถือจำนวน ๒๐ ล้านคน มีการระดมความคิดจากกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีผู้สันทัดกรณีที่ถูกเสียวหมี่เชิญให้เป็นผู้นำกลุ่ม หลายพันคน โทรศัพท์เสียวหมี่จึงเกิดขึ้นกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่ทันสมัย ถูกใจผู้ใช้ และยังคงให้ซื้อได้โดยผ่านเว็บเท่านั้น ในปีแรก ๆ เวลานี้ในมือผมก็มีโทรศัพท์เสียวหมี่ที่มีสมรรถภาพเกือบ ๆ เท่ากับหวาเหว่ย ซัมซุง หรือไอโฟน ที่สามารถซื้อได้ในราคาแค่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น
ในมหาวิทยาลัยที่ผมไปสอนที่เซี่ยงไฮ้ ผมต้องยกตัวอย่างกรณีเสียวหมี่ทุกเทอม และก็ต้องกล่าวถึงการตลาดของรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ของอเมริกา ต้นแบบของการตลาดแบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วม และเป็นการตลาดที่ตอกย้ำที่อารมณ์ของลูกค้าด้วย
ในปี ๑๙๘๙ รัฐสภาอเมริกันได้ผ่านกฎหมาย เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ๔๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา ๕ ปี สำหรับการนำเข้าจากมอร์เตอร์ไซค์ขนาดใหญ๋ จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ในปีนั้น มีการติดสินใจสำคัญในบริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน เริ่มตั้งแต่งการพัฒนาคุณภาพสินค้าและควบคุมีุณภาพสินค้าให้ดี ไม่มีที่ติ และมีการดำเนินการอื่น ๆ ดังนี้
การจัดตั้งสโมสรเจ้าของมอร์เตอร์เซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ร่วมกันของเจ้าของรถในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอเมริกา โดยที่ผู้ขายมอร์เตอร์ไซค์ ผู้บริหารของบริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน รวมถึงเลขานุการประธานกรรมการ จะออกมาคลุกคลีกบผู้รักมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน มีการคุยการถึงการใช้รถ การไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มก้อนของเจ้าของรถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ความคิด ความเห็นของผู้ใช้รถ ฯลฯ สโมสรนี้มีการตั้งกองทุนขึ้น เพื่อให้รางวัลนำจับผู้ขโมยรถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ด้วย
มีการประชาสัมพันธ์รถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน คันใหญ่เสียงดังว่า เป็นเสมือน สัญญลักษณ์แห่งความเป็นอเมริกัน ความเป็นเอกลักษณ ความอิสระเสรี ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ภายในเพียง ๓ ปีเท่านั้น ฮาร์เลย์ก็สามารถขายรถมอร์เตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นจนมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นทุกญี่ห้อรวมกัน ทางบริษัทเอง จึงได้ทำเรื่องเสนอสภาคองเกรส ขอให้เลิกกฎหมายที่สั่งทำการเก็บภาษีพิเศษ รถมอร์เตอร์ไซค์นำเข้าจากญี่ปุ่นได้แล้ว