P.W. China Business Consultancy

P.W. China Business Consultancy Advises on Doing Business in China

1. Marketing
2. Investment
3. Management
4. Partner Selection
5.

15/05/2025

I reached 1725 points! Can you do better? Come and play Solitaire Classic!

06/07/2019

สัมนาเรื่องกลยุทธ์การตลาดจีน โดยทีม ปีเตอร์ เฉิน
4 สค นี้ 9-17น. ณ อาคาร KX
ลงทะเบียน โทร 095 0531362

23/04/2019

สนง ที่ปรึษาธุรกิจประเทศจีน
P.W.China Business Consultancy
30 Years in China
Need Helps? Ask the Experts [email protected]

เล่าเรื่องเมืองจีน  ตอนที่ ๖๐ตอน  การสงครามทางการค้ากับอเมริกัน การโยกย้ายของการลงทุน และอุตสาหกรรมปัจจุบันนี้ ราคาบิ๊กแ...
13/02/2019

เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๖๐

ตอน การสงครามทางการค้ากับอเมริกัน การโยกย้ายของการลงทุน และอุตสาหกรรม

ปัจจุบันนี้ ราคาบิ๊กแมคของแม๊คโดนัลในอเมริกาประมาณ ๕.๕๘ ดอลล่าร์ในขณะที่เขียนนี้ เปรียบเทียบกับประมาณ ๐.๗ ดอลล่าร์ เมื่อ ๕๐ ปีก่อน แสดงว่ามีการขึ้นราคามาแล้วประมาณ ๘ เท่าตัว ใน ๕๐ ปี เปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำซึ่ง๕๐ ปีก่อนอยู่ที่ ๑.๒๕ ดอลล่าร์ต่อชั่วโมง กับประมาณ ๘ ดอลล่าร์ในขณะนี้ เราก็จะเห็นสาเหตุของการเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศจีน เวลานี้ บิ๊คแมคในประเทศจีนราคา ๑๗ หยวน หรือราว ไม่ถึง ๓ ดอลล่าร์ ทั้งที่จะต้องจ่ายค่าแฟรงไช้ส์ (ค่าอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า และดำเนินธุรกิจ) ให้อเมริกา สินค้าเหมือนกัน แต่ผลิตในประเทศจีน ขายได้ถูกกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากค่าแรงงานที่ถูกกว่าในประเทศจีน

เมื่อครั้งที่นายกรัฐมนตรีจีน ไปเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ไปปราศรัยและตอบคำถามของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อราวปี๒๐๐๖ ต่อคำถามว่า “จะทำอย่างไร กับการขาดดุลย์การค้าอย่างมหาศาลของอเมริกัน?” นายกรัฐมนตรีจีนได้ตอบว่า “ความจริงอเมริกาได้ผลักดันตนเองออกจากการแข่งขันในตลาดโลกตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว เนื่องจากค่าแรงที่แพงของอเมริกา” ท่านกล่าวต่อไปอีกว่า “ความจริง สินค้าจีนที่เข้ามาขายอยู่มากมายในอเมริกานั้น ไม่ได้มาแย่งงานจากคนอเมริกันเลย เนื่องจากอเมริกันนั้นไม่ได้อยู่ในการแข่งขันของการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเหล่านั้นมานานมากแล้ว สินค้าจีนเพียงแต่เข้าไปแทนที่ของสินค้าที่อเมริกันเคยซื้อจากประเทศอื่น เท่านั้น” อเมริกันจะมาผลิตเสื้อผ้าเด็กแข่งกับประแทศอื่น ๆ ทั่วโลกได้อยางไร ในเมื่อช่างฝึมืออเมริกันมีอัตราค่าแรง ๒๐-๓๐ ดอลล่าร์ต่อชั่วโมง

แต่ว่า สินค้าจีนที่มีอยู่เกลื่อนตลาดอเมริกันนั้น รวมทั้ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของของขวัญวันคริสต์มาสจากเมืองอี้อูเมืองเดียวประเทศจีน ย่อมทำให้มีความรู้สึกเหมือนตลาด และแรงงานอเมริกันถูกรุกราน เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการขึ้นภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากประเทศจีน ๓ ปี แต่ก็ปรากฎว่า ไม่ได้เกิดการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานแรงงานในภาคนี้ของอุตสาหกรรม.ในประเทศอเมริกาเลย แม้ว่าการนำเข้าจากจีนลดลง แต่อเมริกันก็หันไปนำเข้าจากประเทศอื่น ทั้งยังเพิ่มจำนวนการนำเข้าอีกด้วย ทางใต้ของแคลลิฟอร์เนียซึ่งติดต่อกับทะเลทราย จะมีชาวอเมริกันสักกี่คน ที่ยอมรับค่าแรงที่ต่ำ และไปเก็บองุ่นอยู่ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ ถ้าไม่ให้คนงานเม็กซิกันเก็บองุ่นแล้ว จะมีอเมริกันไปเก็บองุ่นให้หรือไม่

ทั้งสามตัวอย่างข้างบนนี้บ่งชี้ถึงสภาพที่เป็นจริงตามสภาพเศรษฐกิจในอเมริกัน เมื่อคนอเมริกันต้องการค่าแรงตอบแทนสูง ราคาสินค้าที่ผลิตในอเมริกาก็จะสูงด้วย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้ ไม่เฉพาะจากจีน แต่ในทางการเมือง การตอบรับบรรยากาศของสังคมย่อมเป็นวิธีเรียกเสียงนิยมได้ นายโดนัล ทรั้มป์ จึง ประกาศจะทำสงครามการค้ากับจีน จะเก็บภาษีพิเศษ สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศจีน สงครามการค้านี้ได้ดำเนินมาแล้วตั้งแต่กลางปี ๒๐๑๘ คงจะน่าสนในว่าได้เกิดการจ้างงานเพิมขึ้น หรือว่าเกิดการลดลงของการขาดดุลการค้าระหว่าประเทศของอเมริกาหรือไม่

สถิติของสหรัฐได้แสดงว่าอเมริกาได้ขาดดุลย์การค้ามากขึ้น นับตั้งแต่เริ่มก่อสงครามการค้ากับจีน ในเดือนตุลาคมปี ๒๐๑๘ เดือนเดียว อเมริกาขาดดุลการค้าถึง ๕๕,๐๐๐ ล้านดอลล่าร์ สูงที่สุดตั้งแต่ปี ๒๐๐๘ ส่วนตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจจะไม่ได้เกิดจากการจ้างคนเพื่อผลิตสินค้าแทนสินค้านำเข้าจากจีน แต่อาจจะเป็นเพราะการเติบโตของอุตสาหกรรมภาคอื่น

บริษัทอเมริกัน และยุโรปจำนวนหนึ่งได้มีการพิจารณาย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าที่เพิ่มพิเศษ แต่ว่าจะเป็นการย้ายไปผลิตในสหรัฐหรือไม่ ยังคงต้องดูปัจจัยในการผลิตอื่น ๆ ด้วย ในขณะที่ประธานาธิบดีทรั้ป์สัญญาจะให้รางวัลบริษัทอเมริกันที่ย้ายการผลิตกลับมาอยู่ที่อเมริกา ก็ยังน่าเป็นห่วงอีกว่า เมื่อหมดสมัยการเป็นประธานาธิบดีของทรั้มป์แล้ว เขาจะได้รับเลือกอีกใหม เขาจะยังคงสภาพการให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ย้ายกลับสหรัฐต่อไปอีกหรือไม่ งบประมาณใด ๆ ที่ทรั้มป์ต้องการจะตั้งขึ้นเพื่อการนี้จะต้องผ่านสภาทั้งสองสภา และภายใต้สภาพที่อเมริกามีการขาดดุลย์การค้า และขาดดุลการชำระเงินมากมายอยู่เช่นนี้ ประชาชนจะยอมเสียภาษีเพื่อมาสนับสนุนการย้ายโรงงานคนอเมริกันกลับประเทศ เพื่อให้คนอเมริกันซื้อของแพงขึ้นกว่าการนำเข้าจากจีน หรือไม่

ตอนนี้ผลของการทำสงครามการค้ากับประเทศจีนของประธานาธิบดีโดนัล ทรั้มป์ยังไม่ได้ปรากฎสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันจริง ๆ คะแนนของทรั้มป์ที่ย่ำแย่นี้ น่าจะทำให้คะแนนสนับสนุนการทำสงครามการค้าของเขา ลดลงในปีนี้ เมื่อประชาชนเห็นแล้วว่าอเมริกานั้นเสียมากกว่าได้จากการทำสงครามการค้านี้

สินค้าอเมริกัน ที่มาผลิตในจีน หรือในเอเซ๊ยนั้น โรงงานที่ผลิตได้ผลกำไรเพียงเล็กน้อย เช่นได้จากโทรศัพท์ไอโฟนเพียง ๓ เปอร์เซ็นต์ ได้จากรองเท้าไนกี้ก็ราว ๆ นี้ ดังนั้น ถ้าตัดการส่งออกของสินค้าเหล่านี้จากประเทศจีน ประเทศจีนจะได้รับผลเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนชาวไร่ถั่วเหลืองของอเมริกา ที่จะต้องสูญเสียตลาดประเทศจีน ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็คงจะเป็นการยากที่รัฐบาลอเมริกาจะหาตลาดอื่นมาทดแทนให้ได้ และรัฐที่ปลูกถั่วเหลืองนั้น ล้วนแต่เป็นรัฐฐานเสียงของโดนัล ทรั้มป์ทั้งสิ้น ปีนี้ อเมริกันจะต้องเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งหน้าแล้ว คงจะน่าสนใจว่าทรั้มป์จะตอบคำถามจากประชาชนที่ผิดหวังจากผลของสงครามการค้าครั้งนี้อย่างไร?

ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม ให้กำลังใจมาตลอดนะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่ ๖๐ เป็นอันว่าผมได้เขียนเรื่องราวเมืองจีนมากให้ครบถ้วนแล้ว

สำหรับการเรียบเรียง จัดพิมพ์เป็นเล่ม ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ครับ
หวังว่า จะได้รับการสนับสนุนกันอีกต่อไปครับ

ขอบคุณครับ

เล่าเรื่องเมืองจีน  ตอนที่ ๕๙ปัญหาจากการมีบุตรได้เพียงคนเดียว  ปัญหาเด็ก ปัญหาแรงงาน การเปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์ของจีนนโย...
12/02/2019

เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๕๙

ปัญหาจากการมีบุตรได้เพียงคนเดียว ปัญหาเด็ก ปัญหาแรงงาน การเปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์ของจีน

นโยบายทางด้านประชากรของจีน ได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดมาตามสถานการณ์ เริ่มจากการส่งเสริมให้มารดามีบุตรหลาย ๆ คน เพราะว่า

"บุตรหนึ่งคนคือทหารหนึ่งคน"

เพราะยุคนั้น เพิ่งจบสงครามกับญี่ปุ่น ก็เกิดสงครามเกาหลีอีก

ระยะนั้น ประชากรจีนเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดfจาก ๔๕๐ ล้านคนตอนสิ้นสงครามโลกครั้งท่ี่สองปี ๑๙๔๕ ไปเป็น ๘๐๐ ล้านคนราวปี ๑๙๖๕ และไต่ขึ้นไปเป็น ๑๐๐๐ ล้านคนในปี ๑๙๘๐ อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง ๔๐ ปี และ ได้เพิ่มต่อไปอีกเป็น ๑๓๐๐ ล้านคนในปี ๒๐๐๐ (Wikipedia)

ในปี ๑๙๘๐ จีนได้มีนโยบายใหม่ คือการจำกัดให้สามีภรรยาแต่ละคู่มีบุตรได้เพียงคนเดียว เพื่อลดภาระเศรษฐกิจทางสังคม นโยบายนี้ใช้อยู่จนถึงปี ๒๐๑๔ ก็เริ่มต้นมีการอนุญาตให้สามีภรรยาบางคู่ที่ต่างก็เป็นบุตรคนเดียวของครอบครัวอยู่แล้ว สามารถมีบุตรเพิ่มขึ้นได้อีกหนึ่งคน จนกระทั่งปี ๒๐๑๕ ก็ได้มีการอนุญาตให้สามีภรรยาทุก ๆ คู่มีบุตรได้ ๒ คน และมา
ในปี ๒๐๑๘ ก็มีการเริ่มนโยบายให้รางวัลสามีภรรยาในการให้กำเนิดบุตรด้วย เป็นการส่งเสริมให้มีบุตรเพิ่มขึ้น

เนื่องจากประชากรในระดับอายุใช้แรงงานของจีน มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างมาก ระบบเศรษฐกิจกำลังจะประสบปัญหาได้ด้านความสมดุลย์ระหว่างประชากรวัยใช้แรงงาน กับประชากรสูงอายุ ผู้สูงอายุที่ปลดเกษียณแล้ว จะใช้บริการสวัสดิการสังคมเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีชีวิตอยู่ยาวนานขึ้นมาก

ในขณะเดียวกัน ประเทศอินเดียซึ่ง แม้ว่าจะมีการประกาศนโยบายควบคุมการมีบุตร แต่ก็จำกัดด้วยสาเหตุทางด้านศาสนา และการไร้การศึกษาของประชากรจำนวนมาก มีแนวโน้มที่จะมีประชากรวัยใช้แรงงาน และประชากรที่จบมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมมากกว่าจีนแล้ว จีนจึงจำเป็นต้องถ่วงดุลย์ด้วยการมีบุตรเพิ่มขึ้น และการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (AI) อย่างรวดเร็ว

ในปี ๑๙๙๕ ที่ผมทำงานในมณฑลเจียงซีนั้น ทั้ง ๆ ที่มีกฎเกณฑ์การอนุญาตให้มีบุตรได้เพียงคนเดียว แต่ไม่ว่าคนขับรถ แม่ครัว แม่บ้าน หรือพนักงานบริษัท ต่างก็มีบุตร ๒ คนทั้งสิ้น ถามดู เขาบอกว่าก็ไปเสียเงินสักหน่อยก็หมดเรื่องแล้ว แต่ในขณะเดียวกันในมณฑลเจอะเจียง บางเมืองเล่ากันว่า บ้านใหนมีบุตรคนที่สอง จะถูกรุมพังบ้านและไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น เพื่อความเสมอภาคกัน เพื่อนผมที่มาจากเมืองเวินโจว มณฑลเจอะเจียงนั้น พอผมถามถึงพ่อแม่ เขาได้แต่ร้องให้อย่างหนัก เพราะตัวเองเป็นลูกผู้หญิงต้องโตมากับคุณย่า เนื่องจากพ่อแม่มีน้องชายอีกคน แต่ต้องย้ายหนีไปอยู่มณฑลอื่น

ปี ๒๐๑๔ ที่เริ่มเปิดให้มีบุตรคนที่สองได้นั้น พบว่า นโยบายล้มเหลว เนื่องจากราคาบ้านแพงสูงสุด ค่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพก็แพง สามีภรรยาส่วนมากไม่พิจารณาที่จะมีบุตรคนที่สองเลย นโยบายนี้จึงจำต้องคลายตัว อย่างรวดเร็วจนแทบจะพูดได้ว่า ยกเลิกนโยบายคุมกำเนิดประชากรตามกฎเกณฑ์ของปี ๑๙๘๐ โดยสิ้นเชิง ทั้งยังต้องหันมาหาทางสนับสนุนส่งเสริมการมีบุตรเพิ่มขึ้นด้วย

ผลของการควบคุมจำนวนบุตรในแต่ละครอบครัวในจีนที่เริ่มมาจากปี ๑๙๘๐ นั้น ทำให้จำนวนคนที่จะอยู่ในตลาดแรงงาน (อายุ ๑๘-๖๕) ในปี ๒๐๕๐ จะลดจากประมาณ ๙๐๐ ล้านคนในปี ๒๐๐๐ เหลือเพียงไม่ถึง ๗๐๐ ล้านคน โดยที่มีประชากรในวัยชราเกิน ๖๕ ปี ที่ครบเกษียณอายุ ต้องใช้บริการของสังคมสำหรับคนแก่ จะเพิ่มขึ้นถึงประมาณ ๓๓๕ ล้านคน ในขณะที่ในประเทศอินเดียซึ่งมีอัตราการเกิด และอัตราการตายที่สูงกว่าจีน ยังคงมีประชากรในวัยทำงานในปี ๒๐๕๐ มากกว่า ๑๐๐๐ ล้านคน แต่มีคนอายุมากกว่า ๖๕ ปี เพียง ๒๓๕ ล้านคน จะเห็นว่าประชากรในวัยทำงานในจีนที่น้อยกว่าอินเดีย ๓๐๐ ล้านคน คือ ๗๐๐ ล้าคน ประเทศจีนจะต้องแบกรับภาระคนแก่ที่จะมีมากกว่าอินเดียถึง ๑๐๐ ล้านคน คือ ๓๓๕ ล้านคน (คนทำงานทุก ๒ คนต้องแบกภาระคนเกษียณ ๑ คน เปรียบกับอินเดียที่คนทำงานทุก ๔ คนแบกภาระคนเกษียณเพียงไม่ถึง ๑ คน) ซึ่งจะเป็นภาระที่หนักหน่วงเอาการ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ประเทศจีนต้องรีบทำการส่งเสริมการเพิ่มทั้งประชากรและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมดังที่กล่าวในเบื้องต้น

อีกไม่นาน ประวัติศาสตร์ที่จีนเคยเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกก็จะต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นอินเดียขึ้นมาครองตำแหน่งแทน ประเทศจีนที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น “โรงงานอุตสาหกรรมของโลก” ก็คงจะเปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากประชากรวัยแรงงานของจีนจะลดลง สืบเนื่องจากนโยบายจำกัดให้มีบุตรได้เพียงคนเดียวที่เริ่มต้นมาจากปี ๑๙๘๐ นอกจากนี้การปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ในจีน มีผลทำให้ค่าแรง และค่าที่ดินอุตสาหกรรมแพงขึ้น จนทำให้โรงงานต้องย้ายออกไปอยู่นอกประเทศจำนวนมาก แม้ว่าจะยังไม่กระทบกระเทือนเศรษฐกิจจีน แต่ก็จะหมดยุคแล้ว สำหรับการที่ประเทศจีนสามารถผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกส่งให้ตลาดโลก ต่อไปนี้ สินค้าเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะยังคงผลิตโดยโรงงานคนจีน แต่โรงงานไปตั้งอยู่ในเอเซียอาคเนย์ หรืออัฟริกาเสียแล้วครับ

เล่าเรื่องเมืองจีน  ตอนที่ ๕๘การเงินอีเล็คโทรนิคในจีน การตลาดแบบใหม่ในจีน การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีน การระดมทุนรูปแบบต่...
11/02/2019

เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๕๘

การเงินอีเล็คโทรนิคในจีน การตลาดแบบใหม่ในจีน การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีน การระดมทุนรูปแบบต่าง ๆ ในจีน

การพัฒนาทางอีคอมเมิร์ส ทำให้สามารถเสนอขายสินค้าผ่านทางแพล๊ตฟอร์มเช่นเถาเป่า ทีมอลล์ หรือเจดีได้ ทำให้เกิดการรับและจ่ายเงินผ่านบุคคลที่สามโดยจ่ายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือขึ้น ในขณะที่ลูกค้ามักจะเก็บเงินไว้ในบัญชีของระบบการจ่ายเงินบุคคลที่สามนี้ไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการซื้อครั้งต่อไป

เงินที่คนจำนวนร้อยล้านคนเก็บไว้ในบัญชีนี้จึงบังเกิดความสำคัญขึ้นมามากขึ้น ในเมื่อมีแพล๊ตฟอร์มการชำระเงินชื่อ “อาลีเพลย์” เริ่มทำการเสนอให้ลูกค้าฝากเงินไว้ในบัญชีมากขึ้น โดยที่ อาลีเพลย์ ซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นธนาคารที่จะรับฝากเงินได้ เสนอให้ดอกเบี้ยในอัตราประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์แก่บัญชีที่มียอดคงเหลืออยู่ในอาลีเพลย์ ในขณะที่เงินที่ฝากบัญชีออมทรัพย์ในจีนจะได้ดอกเบี้ยเพียง ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพียงเวลาไม่กี่วันนับตั้งแต่มีการให้ดอกเบี้ย ๖ เปอร์เซ็นต์นี้ เงินฝากจากระบบธนาคารจีนได้ย้ายไปอยู่ในอาลีเพลย์ถึง เก้าแสนล้านหยวน หรือเกือบ ๆ ๕ ล้าน ๆ บาท สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ระบบธนาคารไม่น้อย จนธนาคารชาติของจีนต้องออกกฎมา จำกัดการฝากเงินไว้ในอาลีเพลย์ได้เพียงไม่เกินบัญชีละ ๑๐,๐๐๐ หยวน และให้แต่ละบุคคลต้องใช้ชื่อจริงในการเปิดบัญชีอาลีเพลย์และเปิดได้เพียงคนละหนึ่งบัญชีเท่านั้น

ในประเทศจีน ซึ่งมีเงินออมมากมายนั้น ไม่ได้มีหนทางการลงทุนเพื่อรักษาค่าของเงิน หรือเพิ่อเพิ่มมูลค่าของเงินมากมาย ตลาดหุ้นนั้นก็ขึ้นลงกันแบบทำให้คนใจหายใจคว่ำมาหลายครั้งแล้ว บทจะขึ้น ดรรชนีตลาดหุ้นขึ้นไป จาก ๒,๕๐๐หยวน ไปติดเพดานที่ ๖,๗๐๐ หยวนภายในไม่เกี่เดือน และก็ตกกลับมาที่ระดับ ๒,๐๐๐ ภายในเวลาไม่นาน ดังนั้นนอกจากคนที่กล้าเสี่ยงลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว การลงทุนจึงทำได้เพียงการเล่นอัตราแลกเปลี่ี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออะไร ๆ ที่เป็นการขายฝันมากมาย ในจำนวนนี้ มีบางกลุ่มใช้หลักการของเอ็มแอลเอ็ม ขายการท่องเที่ยว ขายหุ้นการเล่นพนันบอลล์ หรือเพียงแต่ดึงคนมาลงคนแล้วกินหัวคิวแบบแชร์แม่ชม้อย

ในเรื่องเหลานี้ จะเห็นข่าวการปราบปรามมากมาย และรุนแรงทางสื่อเกือบทุกวัน แต่ความขาดโอกาส จึงยังทำให้คนตกเป็นเหยื่อตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น น.ส. วู อิงแห่งเมืองวุนโจว สามารถระดมทุนได้ถึงหลายพันล้านหยวน โดยเริ่มต้นจากวงญาตตัวเอง แล้วขยายไปยังคนอื่น ผลของการระดมทุนนอกระบบนี้ ทำให้วู อิง ถูกพิพากษาว่า มีความผิด ฐานทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนในระบบการเงิน ให้ลงโทษประหารชีวิต และให้รอการลงอาญาไว้ก่อน ๒ ปี แต่ก็น่าสนใจ ตรงที่ไม่นานหลังจากการพิพากษาวู อิง ทางรัฐบาลจีน ก็ไปทำการทดลองอนุญาตให้มีการจัดตั้งบริษัทระดมทุนของเอกชนที่เมืองเดียวกัน คือเมืองเวินโจว มณฑลเจอะเจียง และสำหรับบริษัทระดมทุนที่เข้าเงื่อนไข ก็อนุญาตให้เปิดเป็นธนาคารเอกชนไปเลย

สืบเนื่องจากความสำเร็จของระบบการตลาดสมัยใหม่ แบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการออกแบบสินค้า ทำให้ “เสียวหมี่” ที่เริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ที่ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือ ที่ขายให้เฉพาะสมาชิกของกลุ่มเสียวหมี่เท่านั้น ได้เติบโตกลายเป็นกลุ่มผู้สนใจสินค้าโทรศัพท์มือถือจำนวน ๒๐ ล้านคน มีการระดมความคิดจากกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีผู้สันทัดกรณีที่ถูกเสียวหมี่เชิญให้เป็นผู้นำกลุ่ม หลายพันคน โทรศัพท์เสียวหมี่จึงเกิดขึ้นกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่ทันสมัย ถูกใจผู้ใช้ และยังคงให้ซื้อได้โดยผ่านเว็บเท่านั้น ในปีแรก ๆ เวลานี้ในมือผมก็มีโทรศัพท์เสียวหมี่ที่มีสมรรถภาพเกือบ ๆ เท่ากับหวาเหว่ย ซัมซุง หรือไอโฟน ที่สามารถซื้อได้ในราคาแค่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น

ในมหาวิทยาลัยที่ผมไปสอนที่เซี่ยงไฮ้ ผมต้องยกตัวอย่างกรณีเสียวหมี่ทุกเทอม และก็ต้องกล่าวถึงการตลาดของรถมอเตอร์ไซค์ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ของอเมริกา ต้นแบบของการตลาดแบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วม และเป็นการตลาดที่ตอกย้ำที่อารมณ์ของลูกค้าด้วย

ในปี ๑๙๘๙ รัฐสภาอเมริกันได้ผ่านกฎหมาย เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น ๔๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา ๕ ปี สำหรับการนำเข้าจากมอร์เตอร์ไซค์ขนาดใหญ๋ จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น ในปีนั้น มีการติดสินใจสำคัญในบริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน เริ่มตั้งแต่งการพัฒนาคุณภาพสินค้าและควบคุมีุณภาพสินค้าให้ดี ไม่มีที่ติ และมีการดำเนินการอื่น ๆ ดังนี้

การจัดตั้งสโมสรเจ้าของมอร์เตอร์เซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ร่วมกันของเจ้าของรถในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอเมริกา โดยที่ผู้ขายมอร์เตอร์ไซค์ ผู้บริหารของบริษัทฮาร์เลย์-เดวิดสัน รวมถึงเลขานุการประธานกรรมการ จะออกมาคลุกคลีกบผู้รักมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน มีการคุยการถึงการใช้รถ การไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มก้อนของเจ้าของรถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ความคิด ความเห็นของผู้ใช้รถ ฯลฯ สโมสรนี้มีการตั้งกองทุนขึ้น เพื่อให้รางวัลนำจับผู้ขโมยรถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ด้วย

มีการประชาสัมพันธ์รถมอร์เตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน คันใหญ่เสียงดังว่า เป็นเสมือน สัญญลักษณ์แห่งความเป็นอเมริกัน ความเป็นเอกลักษณ ความอิสระเสรี ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ภายในเพียง ๓ ปีเท่านั้น ฮาร์เลย์ก็สามารถขายรถมอร์เตอร์ไซค์เพิ่มขึ้นจนมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นทุกญี่ห้อรวมกัน ทางบริษัทเอง จึงได้ทำเรื่องเสนอสภาคองเกรส ขอให้เลิกกฎหมายที่สั่งทำการเก็บภาษีพิเศษ รถมอร์เตอร์ไซค์นำเข้าจากญี่ปุ่นได้แล้ว

เล่าเรื่องเมืองจีน  ตอนที่ ๕๗ตอน  อี-คอมเมิร์สในจีน หมู่บ้านเศรษฐีอีคอมเมิร์สในหลังเขา  กระแสร์การอยากตั้งธุรกิจของตัวเอ...
08/02/2019

เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๕๗

ตอน อี-คอมเมิร์สในจีน หมู่บ้านเศรษฐีอีคอมเมิร์สในหลังเขา กระแสร์การอยากตั้งธุรกิจของตัวเองในจีน คนทำงานขาดความอดทน จงรักภักดีต่อองค์กร

ผมเคยพูดไว้เมื่อปี ๑๙๙๑ ที่ผมเข้ามาในประเทศจีนเป็นครั้งแรกว่า คนจีนที่มีฝีมือในด้านการเย็บปักถักร้อยมานับพันปี ถ้าเอาฝีมือนี้มาใช้ในเรื่องการผลิตแผงวงจรไอซี คงจะมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่นี่เขาไปไกลกว่านั้นอีก แทบทุกบ้าน แทบทุกหมู่บ้านของจีนล้วนมีคนที่เก่งด้านงานเย็บปักถักร้อย ได้ผลิตภัณฑ์สวยมาก พร้อมจะขาย แต่สมัยก่อนหมู่บ้านจำนวนมากอยู่หลังเขา ไม่รู้จะไปขายใคร จนกระทั่งเกิดระบบอีคอมเมิร์ส และระบบการขนส่งสินค้าขึ้น ศักยภาพนี้ทำให้หลายต่อหลายหมู่บ้านร่ำรวย มีฐานะดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์สขึ้นในจีน จนถึงปี ๒๐๑๔ ได้เกิดหมู่บ้านอีคอมเมิร์ส (หมู่บ้านที่มียอดขายอีคอมเมิร์สเกิน ๑๐ ล้านหยวน) ขึ้นรวม ๒๑๑ แห่ง และในปี ๒๐๑๘ ได้เพิ่มขึ้นเป็น ๓๒๐๒ หมู่บ้าน ทำให้เกิดอาชีพ/การจ้างงาน ๑.๘ ล้านตำแหน่ง จนกลายเป็นที่ยกย่องของธนาคารโลกว่า เป็นวิธีการแก้ปัญหาความยากจนของพลเมืองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะพลเมืองที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญของเมืองใหญ่ ๆ สินค้าที่สามารถขายไปสู่ผู้บริโภคได้โดยอีคอมเมิร์สมีสารพัด ตั้งแต่ผลไม้คีวี ดอกไม้ ปูขน เสื้อผ้าไหมพรม กระเป๋าถือ รองเท้า เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนอะไหล่ ชิ้นส่วนประดับรถยนต์ ฯลฯ บางหมู่บ้านมียอดการขายอีคอมเมิร์สปีละมากกว่า ๑๐๐ ล้านหยวน บางคนมีรายได้วันละ ๗๐๐๐ หยวนจากธุรกิจนี้ เมืองที่เวลาผลแอ้ปเปิล หรือพีช ออกมาพร้อม ๆ กัน ส่งขายไม่ทัน ทำให้เน่าไปมากมาย เป็นอันว่าสามารถระบายสินค้าสู่ตลาดได้ แม้แต่ปูขน แถมยังมีคิวอารโค้ตระบุอีกว่าเป็นปูจากร้านใหนเมืองใหน

ผู้คนต่างเคยไม่เชื่อว่าอีคอมเมิร์สจะสามารถเกิดขึ้น หรือประสบความสำเร็จในจีนได้ เนื่องจากความเชื่อถือกันในสังคมจีนอยู่ในระดับต่ำมาก ปัญหานี้ได้ถูกแก้ไขไป เมื่อมีการคิดค้นระบบจ่ายเงินผ่านบุคคลที่สามซึ่งเป็นที่เชื่อถือของทุกฝ่าย บุคคลที่สามนี้จะรับเงินจากผู้ซื้อพร้อม ๆ กับที่ผู้ซื้อส่งคำสั่งซื้อไปยังผู้ขาย เมื่อผู้ขาย ส่งสินค้าถึงผู้ซื้อ และผู้ซื้อเซ็นต์รับของ ไม่ได้แสดงความไม่พอใจต่อสินค้าภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับเงินก็จะจ่ายเงินให้แก่ผู้ขาย บางครั้งผู้ซื้อเปลียนใจไม่ซื้อแล้ว ก็สามารถให้ส่งสินค้าคืน พร้อมทั้งได้คืนเงินด้วย

บางหมู่บ้านอีคอมเมิร์สในมณฑลซานตง มีสถิติการเป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวมากกว่าสถิติถัวเฉลี่ยของทั้งมณฑลด้วย อีคอมเมิร์สที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานผู้รับส่งสินค้า พนักงานรับคำสั่งซื้อ พนักงานจัดสินค้าด้วย โดยเฉลี่ยแล้ว ธุรกิจอีคอมเมิร์สแต่ละรายจะมีการจ้างงานราว ๔ คน

คราวก่อน ๆ เราพูดถึงค่าแรงที่สูงขึ้น ทำให้โรงงานต่างย้ายจากชายฝั่ง และย้ายออกจากจีน เราคงจะคิดเหมือนกันว่า แล้วคนงานล่ะทำไง อีคอมเมิร์สคือคำตอบ เราจะเห็นว่า หลายปีมานี้ ยังไม่ได้มีเหตุการณ์ ความวุ่นวาย ยุ่งยากทางเศรษฐกิจในจีนอันเกิดจากคนงานตกงานจากโรงงานเลย ดูตัวเลขหมู่บ้านอีคอมเมิร์สที่ขยายตัวจาก ๓ หมู่บ้านในปี ๒๐๐๙ ไป ๒๑๑ หมู่บ้านในปี ๒๐๑๔ และ ๓๒๐๒ หมู่บ้านในปี ๒๐๑๘ ถ้าเขียนเป็นเส้นกร้าฟ ก็จะได้เส้นที่สูงชันขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายตัวมากกว่า ๑๐ เท่าในช่วง ๔ ปีที่แสดงสถิติ นี่เองคงเป็นสาเหตุของการซบเซาของธุรกิจขายปลีก ผมเข้าไปเดินในแต่ละห้างแล้วใจหายแทนคนลงทุนเลยครับ เดี๋ยวนี้ ผู้คนจะเข้าห้างก็แค่ขออาศัยแอร์ หลบร้อนหลบหนาวข้างนอกเท่านั้นเอง ไม่มีเหตุผลอีกเลยที่จะไปซื้อสินค้าในห้างซึ่งต้องหิ้วกลับบ้านเอง ราคาแพงกว่าหลายเท่า อาจจะมีบ้างก็พวกซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพื่อแสดงสถานะที่แตกต่างของตนเอง แต่ก็ยังคงดูยากอีกนะครับว่า ของใครของแท้จากแบรนด์เนม ของใครของเลียนแบบจากหลังเขา

เมื่อราว ๑๐ กว่าปีก่อน ผมเคยเห็นว่า การที่รัฐบาลส่งเสริมให้ผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยแล้วหางานทำไม่ได้ ไปตั้งธุรกิจของตัวเอง เป็นการปัดความรับผิดชอบ เด็กที่แม้ทำงาน อยู่ในกฎในระเบียบยังไปไม่รอด จะไปตั้งธุรกิจของตัวเองได้ยังไง ตอนนั้นประเทศจีนขยายการับนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลยจากราย ๓ ล้านคนต่อปี เป็นกว่า ๙ ล้านคนต่อปี ในฐานะคนทำงานด้านอาชีวศึกษา ผมจิตนาการเห็นเด็กเดินเตะฝุ่นปีละหลายล้านคน แต่สิ่งที่ตามมาไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงปี ๒๐๐๙ ก็เริ่มเกิดการขยายตัวของอีคอมเมิร์ส เหตุการณ์ เปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องเลย นอกจากคนที่เรียนจบแล้ว แม้แต่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ต่างก็สนุกกับการซื้อและขายทางอีคอมเมิรส์ไปถ้วนทั่วหน้า เดินเข้าไปในแต่ละมหาวิทยาลัย จะเห็นภูเขาเกิดใหม่จากกล่องสินค้าที่มาส่งให้นักศึกษาที่ซื้อผ่านอีคอมเมิร์ส และตอนนี้ คนที่บ่นคือ นายจ้าง เพราะว่า เด็กส่วนมากมีแนวโน้มที่อยากจะเป็นเจ้าของกิจการ อยากจะมีอิสระจากระบบกฎเกณฑ์ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเงินเดือนที่ปรับกันแค่ปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เขาพูดกันว่า มาปรับเงินเดือนด้วยเท้าตัวเองดีกว่า ยิ่งขยัน ยิ่งปรับเงินเดือนได้เร็ว

ถ้าเราจำคำของผู้บริหารอดิดัสเมื่อสามปีก่อนได้ว่า เขาบ่นว่า “ให้เงินเดือน ๓๕๐๐ หยวน ยังหาคนงานไม่ได้” คราวนี้สถานการณ์ในการหาคนงานจะยิ่งเลวร้ายลงไปยิ่งกว่านี้อีก เพราะ ให้ ๖-๗๐๐๐ เด็กมันก็ยังคงเลือกที่จะทำอีคอมเมิร์สของตัวเองที่บ้านดีกว่า สบายกว่า อิสระกว่า ไม่ต้องรอดูใบหน้าอันเคร่งเครียดของเจ้านายตอนประชุมปลายปี ออกมาประกาศว่า “ปีนี้ ต้องขอโทษนะ ที่ปรับเงินเดือนให้ได้เพียงเท่านี้ เพราะบริษัททำกำไรไม่เข้าเป้าหมาย” ตอนนี้พูดไปเถอะ เขาเลิกฟังกันแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่จงรักภักดีต่อองค์กร แต่ว่าเขาไม่อยากเป็นคนโง่ต่อไปแล้ว

เล่าเรื่องเมืองจีน  ตอนที่ ๕๖ตอน  การทำงานฝึกอบรม เอ็มแอลเอ็มพาให้เพื่อนเตลิดเปิดเปิงไป เก็บโทรศัพท์มือถือได้ได้เพื่อนให...
07/02/2019

เล่าเรื่องเมืองจีน ตอนที่ ๕๖

ตอน การทำงานฝึกอบรม เอ็มแอลเอ็มพาให้เพื่อนเตลิดเปิดเปิงไป เก็บโทรศัพท์มือถือได้ได้เพื่อนใหม่ การทำงานของพนักงานจีน

ราวปี ๒๐๐๑-๓ ผมเห็นว่าการจัดฝึกอบรมเลขานุการของผมเป็นที่นิยมมากในเซี่ยงไฮ้ ผมสามารถเปิดอบรมได้ประมาณ ๓๐ ครั้งต่อปีมีผู้เข้าเรียนครั้งหนึ่ง ๆ ๘ ถึง ๒๔ คน การฝึกอบรมสองวันเก็บค่าฝึกอบรมคนละ ๓๐๐๐ หยวน หรือ ๑๕,๐๐๐ บาท สมัยนั้นเขาจ่ายค่าฝึกอบรมผมเพียงวันละ ๓๐๐๐ หยวนบวก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าฝึกอบรมของนักเรียนที่เกิน ๘ คนเท่านั้น รวมแล้ว ถ้าเฉลี่ยมีนักเรียน ๑๕ คน ก็จะได้เงินเพิ่มอีกครั้งละ ๔๒๐๐ หยวน ซึ่งผมก็พอใจ และรู้สึกยินดีด้วย ที่บริษัทผู้จัดฝึกอบรมให้มีกำไรมาก เพื่อว่าเขาจะได้ขวนขวายหานักเรียนมาเรียนกับผมเพิ่มขึ้น

งานฝึกอบรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดมาจากบริษัทฮิลออล ซึ่งเพื่อนชื่อนายเฉิน เหว่ยเป็นคนแนะนำไป ในตอนนั้น ทีแรก เฉินเหว่ยเป็นเอเย่นต์ถ่านไฟฉายโตชิบา ในเขตเมืองซูโจว ความขยันของเขาทำให้ผมงงมาก เขาสามารถวางตลาดสินค้าของเขาในร้านลูกค้าวันละ ๘๐ แห่งโดยการขี่จักรยาน เขาก็เปิดสาขาในเมืองภายใต้สังกัดของซูโจวไปถึง ๔ เมือง โดยให้เพื่อนไปดูแลให้ และในไม่ช้าสิ่งที่ผมเกรงก็เกิดขึ้น เพื่อนเฉิน เหว่ย บางคนมีพฤติกรรมทุจริต เพื่อตัดปัญหาเฉินเหว่ยก็จึงเลิกกิจการขายถ่านไฟฉายไป หันมาเป็นผู้บริหารโครงการฝึกอบรมให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ที่มาตั้งสาขาในเซี่ยงไฮ้ ระหว่างนี้ผมพยายามชักชวนเขาไปรับฟังธุรกิจสองอย่าง อย่างแรกคือธุรกิจขายตรง อีกอย่างคือการฝึกอบรมของผม ปรากฎว่าเฉินเหว่ยเกิดความเลื่อมใสระบบ เอ็มแอลเอ็ม ขนาดที่มุ่ง และพูดแต่เรื่องนี้ ไม่ฟังเรื่องอื่นแล้ว เขาจึงตะเลิดเปิดเปิงไปตามเรื่องของเขาในเรื่องพยายามจะสร้างธุรกิจขายตรงหลายชั้นของตัวเอง ล่าสุด ได้ยินว่าเฉินเหว่ย หย่ากับภรรยาแล้ว และกลับไปอยู่กับพ่อแม่ตัวเองที่หลานโจวแล้ว จริงเท็จอย่างไร ยืนยันไม่ได้

การได้รู้จักนายเฉิน เหว่ยต้องนับว่าประหลาดดี วันหนึ่งผมชวนแอลเลน เลขานุการผม ไปดูภาพยนต์กัน ขากลับ เราก็เดินหาแท็คซี่กัน ในที่สุดก็กวักมือได้แท็คซี่มาคันหนึ่ง พอขึ้นรถได้ แอลเลนก็พบว่ามีโทรศัพท์มือถืออยู่บนเบาะเครื่องหนึ่ง เราพยายามกดปุ่มต่าง ๆ เพื่อหาหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของ เพื่อแจ้งว่าโทรศัพท์ของเขาอยู่ที่เรา แต่ยังไม่สำเร็จ สักครู่โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเสียงเจ้าของโทรศัพท์ เราก็แจ้งที่อยู่ของเราให้เขา และนัดให้มารับเครื่องโทรศัพท์คืนไป เจ้าของโทรศัพท์ดีใจมากที่เรายินดีคืนโทรศัพท์ให้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ มีการคุยกันเรื่องต่าง ๆ เล็กน้อย เช่นผมมาจากประเทศไทย เป็นคนแต้จิ๋ว สำเนียงภาษาจีนจึงคล้ายพวกไต้หวัน

วันรุ่งขึ้น เจ้าของโทรศัพท์มือถือก็มารับโทรศัพท์คืนไป ตอนที่เขามามีเพื่อนอีกคนหนึ่งมาด้วยชื่อเฉิน เหว่ย ตอนที่เปิดประตูเข้าบ้านมา เฉิน เหว่ยเริ่มต้นก่อนเลย เขาบอกว่าอยากนำเรื่องที่เราเก็บโทรศัพท์มือถือได้ แล้วตามหาเจ้าของมารับคืนโดยไม่มีเงื่อนไขไปลงในข่าวหนังสือพิมพ์ ซึ่งแน่นอน ผมบอกว่าเรื่องลงหนังสือพิมพ์ไม่ต้องดีกว่า ได้เครื่องคืนไป ผมก็ดีใจด้วยแล้ว หลังจากนั้น ผมและเฉิน เหว่ยจึงได้กลายเป็นเพื่อนกัน มีการเชิญผมไปรับประทานอาหารที่บ้านแฟนเขาที่เซี่ยงไฮ้ตอนตรุษจีน และมีการเชิญผมไปเยี่ยมเขาที่ซูโจวด้วย

ในระหว่างนี้ ผมได้แนะนำธุรกิจจัดฝึกอบรมให้เพื่อนอีกคนหนึ่งด้วย นั่นคือ จอร์จ จู อดีตผู้จัดการการเงินและบัญชีของผมที่ซีพีหนิงโป จอร์จเดินทางมาฟังการฝึกอบรมของผมที่เซี่ยงไฮ้หนึ่งครั้ง หลังจากนั้น เขาก็กลับไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่เมืองหนิงโปเลย พร้อมกับแต่งตั้งให้ผมเป็นประธานกรรมการบริษัทด้วย เราเช่าสำนักงานในเมืองหนิงโปและมีการจ้างพนักงานมาทำหน้าที่พนักงานขายด้วย ที่นั่นก็จัดการฝึกอบรมสำเร็จไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่ที่แตกต่างกันคือ คนเซี่ยงไฮ้ หังโจว หรือซูโจว ไม่มีวันที่จะมาเข้าฝึกอบรมที่หนิงโปเพราะเขารู้สึกว่าเมืองหนิงโปเป็นบ้านนอก ศักด์ศรีเป็นรองเมืองที่เขาเองอยู่ มีแต่คนในบริษัทในหนิงโปเท่านั้นที่จะมารับการฝึกอบรมของเรา บริษัทนี้เปิดอยู่ได้ราว ๓ ปี แล้วเราก็ตกลงที่จะปิดมันไป

ที่เซี่ยงไฮ้ ลูกศิษย์ผมคนหนึ่งได้จดทะเบียนบริษัทขึ้นเหมือนกัน แล้วจัดตั้งแผนกฝึกอบรมขึ้น ให้ผมเป็นคนดูแลแผนกฝึกอบรมเอง ลูกศิษย์คนนี้คือ ริช เฉิน ตั้งสำนักงานแผนกฝึกอบรมขึ้น แล้วผมก็จ้างพนักงานขายมาสามคน เช้าแต่ละวันแต่ละคนก็จะมาทำงานพร้อมกับหนังสือพิมพ์ที่เต็มไปด้วยโฆษณารับสมัครพนักงานที่ซื้อมาเอง แต่ละคนเลือกบริษัทที่เขาสนใจ ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์แล้วก็เริ่มต้นการโทรศัพท์ชักชวนให้มารับการฝึกอบรม การทำงานแบบนี้ได้ผลพอสมควรในปีแรก ๆ ทำให้เราสามารถเปิดการฝึกอบรมได้หลายครั้ง ในระยะปีหลัง ๆ พนักงานขายมักจะถามหารายชื่อลูกค้า พอบอกว่าต้องหาเอง บางคนก็ทำไม่ได้ หรือขี้เกียจทำ ยอมลาออกไปหางานตอกบัตรเข้า-ออก เช้า-เย็น แล้วรับเงินเดือนมากกว่า

เคยชวนเพื่อนจากสโมสรพูดภาษาอังกฤษอีกคนหนึ่งมาทดลองทำงานด้วยกัน ตอนนั้นเฮเลน อายุ ราว ๓๕ เพิ่งกลับมาจากการไปเรียนปริญญาโททางบัญชีที่ออสเตรเลีย ก่อนไปออสเตรเลียเคยทำงานมาแล้ว ๑๐ ปี เคยเป็นเลขานุการ ๕ ปี และเป็นพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ๕ ปี เฮเลนโทรศัพท์หาลูกค้า แล้วพูดแนะนำสินค้าด้วยความมั่นใจ ไม่เคยถูกใครกระแทกโทรศัพท์ใส่เลย เก่งมาก แต่ว่ามาทำงานได้แค่เดือนเดียว ก็มีบริษัทไบเออร์ ชวนไปทำงานเป็นเลขานุการผู้อำนวยการใหญ่ ให้เงินเดือนราว ๔๕,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นราว ๔ ปี เฮเลนก็ย้ายไปเป็นเลขานุการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์สัน เจอกันเมื่อปีที่แล้วเฮเลนได้ลาออกจากงานเลขานุการ ออกมาทำงานขายประกันชีวิตแล้ว ผมถามว่า “ทำไมล่ะ?” ก็ได้รับคำตอบว่างานเลขานุการเป็นงานจำเจ รับคำสั่ง ทำงานให้นาย เขาอยากจะออกมาสร้างอาณาจักรของตัวเองมากกว่า ว่างั้นไป

Address

Beijing

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when P.W. China Business Consultancy posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to P.W. China Business Consultancy:

Share